Internal Wiki Rev #22 · 09-Mar-2026 · 16:45 godigit-wiki.pages.dev
Go Digit Knowledge Base
Enterprise AI Strategy & Commercial Intelligence — Confidential
📄 2 documents
🔖 Rev #22 · 09-Mar-2026 · 16:45
🔒 Internal use only
Document 1 of 2

🚀 GDG Super Consulting — START HERE

อ่านไฟล์นี้ไฟล์เดียว แล้วเริ่มงานได้เลย

สำหรับพนักงานปัจจุบันและพนักงานใหม่

อัปเดตล่าสุด: 9 มีนาคม 2026


สารบัญ

  1. เราคือใคร
  2. เราขายอะไร (3 ตัวเท่านั้น)
  3. ลูกค้าเราคือใคร
  4. ขายยังไง — ขั้นตอนทั้งหมด
  5. เครื่องมือขายที่ต้องรู้
  6. หน้าที่ของแต่ละคน
  7. กฎเหล็ก — สิ่งที่ทำ vs สิ่งที่ห้ามทำ
  8. รับมือข้อโต้แย้งลูกค้า
  9. ตัวเลขที่ต้องรู้
  10. เริ่มงานสัปดาห์แรก
  11. Appendix — เอกสารเชิงลึก

1. เราคือใคร

ประโยคเดียวที่อธิบายบริษัทเรา:

"เราวางระบบ AI ที่องค์กรคุมได้ วัดผลได้ และขยายได้จริง"

เราไม่ใช่ software house ที่รับเขียนโปรแกรม เราไม่ใช่บริษัทขาย chatbot เราไม่ใช่บริษัทจัดอบรม AI

เราคือ "ที่ปรึกษาที่มี platform" — ผสมระหว่าง consulting firm กับ technology company

ลูกค้าได้อะไรจากเรา:

  • Strategy ที่ผู้บริหารตัดสินใจได้
  • Governance ที่ IT คุมได้ (ใครใช้อะไร จ่ายเท่าไหร่ ข้อมูลไปไหน)
  • Workflow ที่ business เห็นผลลัพธ์จริง
  • Managed Service ที่วัดผลได้ทุกเดือน

Partner ของเรา:

Partner บทบาท
Hummingbird (HMB) Boutique consulting — ช่วยเปิดประตู C-level, พูดภาษาธุรกิจ
GAble AWS certified engineers — สร้าง infrastructure, ทำ Landing Zone
AWS Advanced Tier Partner — funding, co-sell, credibility

สิ่งที่ทำให้เราต่างจากคู่แข่ง:

คู่แข่ง จุดอ่อนของเขา จุดแข็งของเรา
Big4 / ที่ปรึกษาใหญ่ วางแผน top-down สวยแต่ไม่ลงหน้างานจริง, แพงมาก เราลงลึกระดับ micro-process + มี platform จริง, ราคาเข้าถึงได้
Software House สร้างตาม spec ไม่ตั้งคำถามว่า logic ถูกไหม เราท้าทายโจทย์ แก้ที่ต้นตอ ไม่ใช่แค่เขียนโค้ดตามสั่ง
เครื่องมือสำเร็จรูป ทำงานแยกส่วน แก้แค่ระดับ task เราเชื่อมทั้งระบบ ข้อมูลทั้งองค์กร
บริษัทจัดอบรม AI สอนจบแล้วก็จบ ไม่มีระบบรองรับ เราสอนด้วย ทำด้วย ดูแลต่อเนื่อง

2. เราขายอะไร

มีแค่ 3 อย่าง จำให้ได้:

┌─────────────────────┐    ┌──────────────────────┐    ┌──────────────────────┐
│  TIER 1              │    │  TIER 2               │    │  TIER 3               │
│  AI Strategy Sprint  │ →  │  AI Control Tower     │ →  │  AI ScaleOps          │
│                      │    │                       │    │                       │
│  "วินิจฉัยก่อนรักษา"   │    │  "วางรากฐาน AI ทั้งองค์กร" │    │  "เราดูแลให้ต่อเนื่อง"   │
│                      │    │                       │    │                       │
│  250-350K ครั้งเดียว   │    │  150-250K/เดือน        │    │  100-200K/เดือน        │
│  4 สัปดาห์            │    │  สัญญา 2 ปี            │    │  ต่อเนื่อง              │
│                      │    │                       │    │                       │
│  จุดเข้า: ทุก deal     │    │  ← นี่คือ DEAL หลัก →  │    │  เครื่องจักรเงินสด       │
│  เริ่มจากตรงนี้เสมอ     │    │  ตัวนี้ที่ทำเงินจริง      │    │  recurring ทุกเดือน     │
└─────────────────────┘    └──────────────────────┘    └──────────────────────┘

Tier 1: AI Strategy Sprint — "วินิจฉัยก่อนรักษา"

สิ่งที่ลูกค้าได้:

  • ประเมินความพร้อม AI ทั้งองค์กร (AI Maturity Score)
  • สำรวจ Shadow AI (พนักงานแอบใช้ AI อะไรอยู่บ้าง? เสี่ยงไหม?)
  • หา 3-5 workflow ที่ AI ช่วยได้มากสุด จัดลำดับ
  • วิเคราะห์ช่องว่างด้าน Governance (policy, risk, compliance)
  • สร้าง Pilot จริง — AI ทำงานบน workflow จริงของลูกค้า ไม่ใช่ demo
  • Roadmap 12 เดือนพร้อม ROI

ราคา: 250-350K (AWS fund ได้ 150K → ลูกค้าจ่ายจริง 100-200K) ระยะเวลา: 4 สัปดาห์ เป้าหมาย: Convert 60%+ เข้า Tier 2

Tier 2: AI Control Tower — "วางรากฐาน AI ทั้งองค์กร"

นี่คือสินค้าหลักของเรา ตัวนี้ทำเงินจริง

สิ่งที่ลูกค้าได้:

  • AI Landing Zone บน AWS (infrastructure พร้อมใช้)
  • Governance Hub = ระบบควบคุมกลาง (ใครใช้ model ไหน, จ่ายเท่าไหร่, data ไปไหน, audit trail)
  • 3-5 AI Workflow ที่ทำงานจริงบนระบบจริงของลูกค้า
  • AI Policy Pack ภาษาไทย (พร้อม audit, พร้อมบอร์ด)
  • TTT (Train-the-Trainer) รับรองพนักงาน 5-10 คนเป็น AI practitioner
  • Operating Model (ใครรับผิดชอบอะไร, escalation, review cadence)

ราคา: Subscription 150-250K/เดือน สัญญา: 2 ปี (จ่ายล่วงหน้ารายไตรมาส) Revenue ต่อ deal: 3.6-6.0M ตลอดสัญญา ทำไม switch ยาก: Platform + data + governance ฝังอยู่ในระบบลูกค้า

Tier 3: AI ScaleOps — "เราดูแลให้ต่อเนื่อง"

สิ่งที่ลูกค้าได้:

  • Monitor ระบบ 24/7 หรือ business hours
  • รีวิว governance ทุกเดือน
  • ปรับ cost + model ให้ optimal
  • Tune และเพิ่ม workflow ต่อเนื่อง
  • รายงาน C-level ทุกไตรมาส (ผู้บริหารเห็นว่า AI คุ้มจริง)
  • จัดการ backlog use case ใหม่

ราคา: 100-200K/เดือน (รวมใน Tier 2 หรือขายแยก) Margin: 85-92% — กำไรดีมาก สัญญา: 1-3 ปี

ChatCenter (แยก track — สำหรับ SME)

  • LINE bot + ticketing + AI customer service
  • 5-25K/เดือน
  • เป้าหมาย: คลินิก, gaming, retail
  • Trojan Horse: ลูกค้าเริ่มจาก ChatCenter → ผู้บริหารเจอ AI → expand เป็น consulting
  • ไม่เปลี่ยนแปลง — ขายต่อตามปกติ

3. ลูกค้าเราคือใคร

กลุ่มหลัก (Control Tower Subscription):

กลุ่ม ทำไมถึงซื้อ Deal Size ใครดูแล
มหาวิทยาลัย / สถาบันการศึกษา ซื้อ institution-wide ได้, กลัวเรื่อง governance + data, ต้องการ policy พร้อม audit 2-8M/ปี Ohm
โรงพยาบาล / กลุ่มคลินิก กลัว data leak (ข้อมูลผู้ป่วย + PDPA), ต้องการ admin AI ไม่ใช่ clinical 1.5-5M/ปี Ry
Enterprise / Conglomerate Shared service หลาย BU (HR, procurement, finance), ต้องการระบบกลาง 3-20M/ปี Gale

กลุ่ม ChatCenter (Volume):

กลุ่ม Deal Size ใครดูแล
คลินิกความงาม 60-300K/ปี Ry
Gaming 60-300K/ปี Ry
Retail SME 60-180K/ปี Ry

คนที่เราต้องคุยด้วย:

ระดับ สิ่งที่เขาสนใจ ภาษาที่ต้องใช้
CEO / Board Risk, ROI, competitive advantage "AI ที่คุมได้ วัดผลได้"
CIO / CTO Governance, security, infrastructure "Landing Zone, audit trail, policy control"
BU Head Productivity, ลดงาน routine "ซื้อเวลาคืน ให้ทีมไปทำงานที่สำคัญกว่า"
IT Manager จะ implement ยังไง, integrate กับระบบเดิมได้ไหม Technical detail (พูดหลัง C-level อนุมัติแล้ว)

4. ขายยังไง

Sales Flow — จากคนแปลกหน้า จนถึงลูกค้า recurring

ขั้นที่ 1              ขั้นที่ 2              ขั้นที่ 3             ขั้นที่ 4
─────────            ──────────           ──────────          ──────────
เปิดบทสนทนา           วินิจฉัย + Pilot       เซ็นสัญญา            ดูแลต่อเนื่อง

ถามคำถาม              AI Strategy Sprint    AI Control Tower     AI ScaleOps
Governance Gap        250-350K             150-250K/เดือน        100-200K/เดือน
                     4 สัปดาห์             สัญญา 2 ปี            ต่อเนื่อง

Sales ทำ              Solution Consulting   Sales + CEO close    Ops team ดูแล
                     + SA ทำ

     60%+ convert →          80%+ convert →          85%+ renew →

ขั้นที่ 1: เปิดบทสนทนา

คำถามเปิดที่ต้องใช้ทุกครั้ง:

🎯 "คุณรู้ไหมว่าพนักงานในองค์กรใช้ AI อะไรอยู่บ้าง? มีใครคุมอยู่ไหม?"

ทำไมคำถามนี้ทรงพลัง:

  • องค์กรไทย 90% ตอบไม่ได้ → เปิด gap ทันที
  • ไม่ได้ขายของ → กำลังช่วยให้เขาเห็นปัญหา
  • ถ้าตอบว่า "ไม่รู้" หรือ "ยังไม่มี policy" → นั่นคือ deal ของเรา

คำถามต่อเนื่อง (ถ้าลูกค้าสนใจ):

  • "รู้ไหมว่าเดือนนึงองค์กรจ่ายค่า AI tools รวมเท่าไหร่?"
  • "ถ้า audit มา มีหลักฐานไหมว่าข้อมูลลับไม่ได้ถูกส่งเข้า AI สาธารณะ?"
  • "ถ้า Board ถามว่า AI strategy ขององค์กรคืออะไร ตอบได้ไหม?"

คัดกรองลูกค้า — ใช้ B.O.G.D. Framework:

ตัวอักษร คำถาม ฟังหาอะไร
B — Business Objective "เป้าหมายธุรกิจปีนี้คืออะไร?" มี vision ที่ AI ช่วยได้ไหม
O — Objective Pain Points "ติดปัญหาอะไรอยู่?" Pain ที่ชัดและเร่งด่วน
G — Groundwork & Data "ข้อมูลเก็บที่ไหน? ระบบ integrate กันได้ไหม?" พร้อมทำ AI ได้จริงไหม
D — Decision & Budget "ใครตัดสินใจ? มี budget ไหม?" ปิด deal ได้จริงไหม

ขั้นที่ 2: AI Strategy Sprint (4 สัปดาห์)

สัปดาห์ที่ 1-2: วินิจฉัย

  • สัมภาษณ์ผู้บริหาร + หัวหน้าแผนก + พนักงานหน้างาน
  • ใช้ AI Maturity Model ให้คะแนน 5 มิติ (ดูหัวข้อ 5)
  • แกะ workflow จริงด้วย 8 Elements (ดูหัวข้อ 5)
  • สำรวจ Shadow AI
  • ระบุ top 3-5 use case

สัปดาห์ที่ 3-4: สร้าง Pilot + รายงาน

  • สร้าง AI workflow จริงบนข้อมูลจริงของลูกค้า 1 ตัว
  • เขียนรายงาน AI Readiness + Roadmap + ROI
  • นำเสนอต่อผู้บริหาร → ถ้าเห็นผล → pitch Tier 2

ใครทำ:

  • Solution Consulting นำ (ภาษาธุรกิจ, สัมภาษณ์, วินิจฉัย)
  • Solution Architect ร่วม (เทคนิค, architecture, pilot)
  • Sales rep มาร่วมตอน present ผู้บริหาร

ขั้นที่ 3: ปิด deal — AI Control Tower Subscription

เงื่อนไขการปิด:

  • ลูกค้าเห็น pilot ทำงานจริง → มั่นใจแล้ว
  • นำเสนอ subscription model (OPEX ไม่ใช่ CAPEX — ลูกค้าอนุมัติง่ายกว่า)
  • สัญญา 2 ปี จ่ายล่วงหน้ารายไตรมาส
  • Deal >3M → CEO (Golf) ไปร่วม close ด้วย

ขั้นที่ 4: Delivery + ScaleOps

  • GAble สร้าง Landing Zone + infrastructure
  • Go Digit deploy Governance Hub + workflows
  • หลัง go-live → ScaleOps team ดูแลต่อเนื่อง
  • Monthly review + ขยาย workflow เพิ่ม

5. เครื่องมือขายที่ต้องรู้

เครื่องมือที่ 1: AI Maturity Model — Quick Scan (15 นาที)

ใช้ตอน: โทรคุยครั้งแรก, นัดแรก, discovery call ใครใช้: Sales ทุกคน

ถามลูกค้า 5 คำถาม ให้คะแนน 1-5 แต่ละข้อ:

# มิติ คำถาม Score 1 (แย่) Score 5 (ดี)
1 Strategy "ผู้บริหารมองเรื่อง AI ยังไง? มีแผนหรือ budget ไหม?" ไม่มีแผนเลย มี AI strategy + budget + sponsor ชัด
2 Data "ข้อมูลหลักอยู่ที่ไหน? ระบบคุยกันได้ไหม?" กระจัด Excel ทั่ว ระบบ integrate + API + data quality ดี
3 Technology "ใช้ cloud อะไร? พนักงานใช้ AI tools อะไรเอง?" ไม่มี cloud, ไม่รู้ใครใช้อะไร Cloud-first + มี approved tools list
4 Governance "มี policy สำหรับ AI ไหม? รู้ค่าใช้จ่าย AI รวมไหม?" ไม่มี policy, ไม่รู้ค่าใช้จ่าย มี policy + audit trail + budget control
5 People "มีใครเป็น AI champion ไหม? ทีมพร้อมใช้ไหม?" ไม่มีใครสนใจ, ต่อต้าน มี AI team + training + champion ชัด

คำนวณ: เฉลี่ย 5 ข้อ → ได้ Quick Score

ใช้ Quick Score นำทาง:

Quick Score ลูกค้าอยู่ตรงไหน สิ่งที่ต้องทำ
1.0-1.9 ยังไม่พร้อม Nurture — ส่ง content, ชวนมา workshop, ยังไม่ต้อง pitch
2.0-2.9 เริ่มสนใจ Pitch AI Strategy Sprint → เขาต้องการวินิจฉัยก่อน
3.0-3.9 พร้อมลงทุน Pitch AI Control Tower → อาจข้าม Strategy Sprint ได้เลย
4.0+ Enterprise deal Deal ใหญ่ → เอา Solution Consulting + CEO เข้าไปด้วย

สำคัญ: Quick Score ไม่ใช่แค่เครื่องมือภายใน — ส่งให้ลูกค้าได้ เขาเอาไปบอก boss ได้ว่า "องค์กรเราได้ 2.1 จาก 5.0 ต้องทำอะไรสักอย่าง"

เครื่องมือที่ 2: AI Maturity Model — Full Assessment (2-3 ชั่วโมง)

ใช้ตอน: AI Strategy Sprint สัปดาห์ที่ 1 ใครใช้: Solution Consulting นำ + Solution Architect ร่วม

5 มิติ เหมือน Quick Scan แต่ลงลึกด้วยคำถามย่อย 20+ ข้อ ครอบคลุม:

  • Strategy: vision, budget, roadmap, executive sponsorship
  • Data: quality, governance, classification, PDPA, API readiness
  • Technology: cloud, security, shadow AI, model access, integration
  • Governance: AI policy, cost control, risk framework, audit trail, approval workflow (มิตินี้ถ่วงน้ำหนัก 30% เพราะคือจุดแข็งของเรา)
  • People: AI literacy, change readiness, champion, adoption metrics

ผลลัพธ์: Radar chart + Industry benchmark + Prioritized roadmap

→ รายละเอียดเต็มอยู่ใน Appendix: AI Maturity Model

เครื่องมือที่ 3: 8 Elements Workflow Extraction

ใช้ตอน: แกะ workflow จริงของลูกค้าระหว่าง Strategy Sprint ใครใช้: Solution Consulting + Solution Architect

สัมภาษณ์พนักงานหน้างาน ถาม 8 แกน:

# Element คำถาม
Q1 จุดเริ่มต้น "งานนี้เริ่มจากไหน? trigger คืออะไร?"
Q2 จุดจบ "จบเมื่อไหร่? output คืออะไร?"
Q3 ประเภทเคส "มีกี่แบบ? แบบไหนเกิดบ่อยสุด?"
Q4 ลำดับขั้นตอน "ทำอะไรก่อน-หลัง? มีกี่ step?"
Q5 จุดตัดสินใจ "ตรงไหนต้องใช้วิจารณญาณ? ใครตัดสินใจ?"
Q6 ข้อมูลรับเข้า "ใช้ข้อมูลอะไร? มาจากไหน?"
Q7 การส่งต่อ "ส่งต่อให้ใคร? ส่งยังไง?"
Q8 เคสพิเศษ/ข้อผิดพลาด "อะไรพังบ่อย? เคสแปลกๆ ที่เจอ?"

Gap Markup — แปะป้ายปัญหาบน workflow:

สัญลักษณ์ ปัญหา ตัวอย่าง
L Logic Gap — ใช้ความรู้สึกตัดสินใจ ไม่มีข้อมูล "พี่เมย์จำได้ว่าลูกค้าคนนี้เคยมีปัญหา"
H Handoff Friction — จุดส่งต่อที่สะดุด "ส่ง email ไปแล้วรอ 3 วันกว่าจะตอบ"
M System Mismatch — ทำ manual ทั้งที่ควรมีระบบ "copy ข้อมูลจาก Excel ไป paste ใน ERP"
B Information Blindspot — ข้อมูลสำคัญขาดหาย "ไม่รู้ว่าลูกค้าเคยโทรมาร้องเรียนกี่ครั้ง"

จัดลำดับ workflow — เลือกทำอันไหนก่อน:

เกณฑ์ น้ำหนัก
Business Impact (กำไร/ลดต้นทุน) สูง
Data Readiness (ข้อมูลพร้อมไหม) สูง
Human Empowerment (ลดภาระคนได้แค่ไหน) กลาง
Execution Complexity (ทำง่ายไหม) กลาง

→ Grade A = Quick Win → ทำก่อน

เครื่องมือที่ 4: กฎ 3-No ในการขาย

กฎ อธิบาย ตัวอย่าง
No Tech Jargon ไม่พูดศัพท์เทคนิคกับผู้บริหาร ❌ "RAG pipeline บน Bedrock" ✅ "ระบบค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ"
No Huge Risk เริ่มจากจุดเล็กๆ พิสูจน์ก่อน ❌ "เซ็นสัญญา 5M เลย" ✅ "เริ่มจาก Strategy Sprint 4 สัปดาห์ก่อน"
No Org Deadlock เน้นปลดล็อก ไม่ใช่เพิ่มภาระ ❌ "ต้องตั้งทีม AI 10 คน" ✅ "เราเข้ามาทำให้ ทีมคุณแค่ให้ข้อมูล"

6. หน้าที่ของแต่ละคน

Pipe (Sales Director)

เดิม ใหม่
ดู pipeline ของ sprint deals ดู funnel ทั้งระบบ: Lead → Strategy Sprint → Subscription → ScaleOps
Track deal size (400-600K) Track subscription ACV (2-5M/ปี)
Coach เรื่อง sprint pricing Coach เรื่อง subscription value selling + Maturity Assessment

KPI หลัก: Conversion rate จาก Strategy Sprint → Control Tower subscription

Gale (Enterprise)

เดิม ใหม่
Pitch sprint model Pitch subscription model ด้วย governance narrative
Lead with technical capability Lead with governance gap question
Deal size: 550K-1.35M Deal size: 2-5M/ปี (subscription)

กลุ่มลูกค้า: Enterprise / Conglomerate 500+ คน KPI: 5-7 deals, 20M target

Ohm (EDU)

เดิม ใหม่
ขาย sprint ให้คณะ ขาย institution-wide AI governance subscription
Reference: "ทำ AI ให้มหิดล" Reference: "มหิดล 60,000 คน วาง AI governance ทั้งมหาวิทยาลัยกับเรา"

กลุ่มลูกค้า: มหาวิทยาลัย / สถาบันการศึกษา KPI: 4-6 deals, 13M target

Ry (Wellness + ChatCenter)

ChatCenter: ขายต่อตามปกติ 5-25K/เดือน — ไม่เปลี่ยน Hospital groups: ChatCenter = ทางเข้า → expand เป็น Control Tower subscription

กลุ่มลูกค้า: คลินิก, โรงพยาบาล, gaming, retail KPI: 12M target (ChatCenter volume + 2 Control Tower deals)

New Sales Reps (from May)

  • เรียนรู้ระบบใหม่ตั้งแต่ต้น — ได้เปรียบเพราะไม่มีนิสัยเก่า
  • จับคู่กับ Pipe coach + ออกพบลูกค้าร่วมกับคนเก่าก่อน
  • KPI: 18M combined target (ramp from Q3)

Solution Consulting (ใหม่ — อดีต AVP จากบริษัทใหญ่)

คุณคือหน้าตาของ advisory layer — พูดภาษา C-suite ได้

Responsibility รายละเอียด
เป็นเจ้าของ AI Maturity Model ทำ Full Assessment ทุก deal
Co-sell กับ Hummingbird Present ร่วมกับ HMB ต่อหน้าบอร์ดลูกค้า
นำ Strategy Sprint เป็น Strategic Advisor ใน Tier 1 ทุกงาน
สร้าง advisory IP อัปเดต maturity model, ทำ governance template, ออกแบบ workshop
ไม่ใช่หน้าที่คุณ ปิด deal (sales ทำ), สร้างระบบ (SA + delivery ทำ), ดูแล account (Pipe ทำ)

Solution Architect (ใหม่ — อดีตจาก Cloud Provider)

คุณคือ technical authority ที่ทำให้ลูกค้า IT เชื่อมั่น

Responsibility รายละเอียด
เป็นเจ้าของ Control Tower architecture Reference design, Landing Zone spec, security model
เชื่อมกับ GAble engineers คุณออกแบบ เขาสร้าง คุณ QA
Technical validation ทุก proposal ต้องผ่าน architecture sign-off ของคุณ
Pre-sales support เข้า meeting กับ IT team ของลูกค้าใน deal ใหญ่
ไม่ใช่หน้าที่คุณ ขาย (sales ทำ), ดูแลลูกค้า (Solution Consulting ทำ), เขียนโค้ด (delivery ทำ)

Aom (Sales Admin)

เดิม ใหม่ (เพิ่มเติม)
AWS deal reg + ออก invoice เหมือนเดิม + เพิ่ม subscription tracking
Track การจ่ายครั้งเดียว Track recurring billing — invoice รายไตรมาส, วัน renew
ทำ tracker ว่าลูกค้าไหนผ่าน Maturity Assessment แล้ว + คะแนนเท่าไหร่

Golf (CEO)

เดิม ใหม่
Founder mode: ปิด deal ใหญ่คนเดียว Founder mode: ปิด deal ใหญ่ พร้อม Solution Consulting
เป็นคนเก่งที่สุดในห้อง ให้ Solution Consulting เป็น expert, คุณเป็น CEO ที่ลงทุนสร้างทีมแข็ง

Deal >3M: Golf + Solution Consulting + Sales rep ไปด้วยกัน


7. กฎเหล็ก

✅ ต้องทำ

  1. ทุก deal เริ่มจาก Maturity Assessment — ไม่มีข้อยกเว้น แม้แค่ Quick Scan 15 นาที
  2. ทุก proposal ต้องมี governance — ไม่ใช่ optional มันคือจุดขายหลัก
  3. ขาย subscription ไม่ใช่ sprint — ลูกค้าเห็นราคารายเดือน ไม่ใช่ราคาต่อรอบงาน
  4. พูดภาษาธุรกิจ — risk, control, ROI, productivity ไม่ใช่ model, prompt, API
  5. ทุก deal ต้องมี next action + วันที่ + เจ้าของ — ไม่มี deal ลอย
  6. Deal stuck >2 สัปดาห์ = auto escalate — ไม่รอ

❌ ห้ามทำ

  1. ห้ามเสนอราคา manday — เราไม่ขายคนเป็นรายวัน อีกต่อไปแล้ว
  2. ห้ามเสนอราคา sprint ให้ลูกค้า — Sprint คือวิธี deliver ภายใน ลูกค้าเห็นแค่ subscription
  3. ห้ามพูดว่า "เราสร้าง AI chatbot" — พูดว่า "เราวางระบบ AI ทั้งองค์กร"
  4. ห้ามขาย ChatX แยกเป็น SaaS ให้ enterprise — ChatX คือส่วนหนึ่งของ Control Tower bundle
  5. ห้ามพูดศัพท์เทคนิคกับ C-level — No RAG, No Bedrock, No LLM ในห้องผู้บริหาร
  6. ห้ามเสนอ free discovery — Strategy Sprint มีค่า ไม่ให้ฟรี (AWS fund ได้แต่ไม่ใช่ฟรี)

8. รับมือข้อโต้แย้ง

"แพงไป"

สิ่งที่ลูกค้าคิดจริงๆ: ไม่เห็นว่าคุ้มค่า หรือ budget ไม่พอ

วิธีตอบ:

"นี่ไม่ใช่การซื้อซอฟต์แวร์ครับ นี่คือการวางโครงสร้างธุรกิจใหม่ ถ้าองค์กรคู่แข่งมี AI ที่ทำงานจริงได้ก่อน ค่าเสียโอกาสจะสูงกว่าค่าลงทุนนี้มาก — แต่เริ่มจาก Strategy Sprint 250K ก่อนก็ได้ครับ ลองดูผล แล้วค่อยตัดสินใจต่อ"

เทคนิคเสริม:

  • Reframe เป็น OPEX ไม่ใช่ CAPEX → อนุมัติง่ายกว่า
  • แสดง ROI: ลดเวลา X ชั่วโมง/เดือน = ประหยัด Y บาท
  • AWS funding ช่วยลดค่าใช้จ่ายปีแรก 300-900K

"ทำเองได้"

สิ่งที่ลูกค้าคิดจริงๆ: มี IT team อยู่แล้ว / ไม่เชื่อ vendor ภายนอก

วิธีตอบ:

"เยี่ยมเลยครับที่มีทีม IT แข็ง — เราไม่ได้มาแทนทีมคุณ เรามาเสริม เรื่อง governance, policy, operating model — อันนี้ IT team ส่วนใหญ่ไม่ได้ถูก train มา และไม่มีเวลาทำ ทีมคุณโฟกัสที่ tech ได้เลย เราจะดูแลเรื่อง control framework"

"ยังไม่พร้อม / ไม่ใช่ตอนนี้"

สิ่งที่ลูกค้าคิดจริงๆ: มี priorities อื่น / ยังไม่เข้าใจ AI พอ

วิธีตอบ:

"เข้าใจครับ แต่ตอนนี้พนักงานหลายคนในองค์กรน่าจะเริ่มใช้ AI เองแล้วนะครับ — ChatGPT, Copilot — โดยไม่มีใครคุม ยิ่งรอนาน shadow AI ยิ่งเยอะ Strategy Sprint 4 สัปดาห์ก็พอครับ แค่มาดูสถานการณ์จริง ไม่ต้อง commit อะไรใหญ่"

"ไม่มีเวลา / ทีมยุ่ง"

วิธีตอบ:

"นั่นแหละครับคือเหตุผลที่ต้องทำ — เราเข้ามาเพื่อเป็นผู้คัดแยกงาน เอาภาระงาน routine ไปให้ AI ทำ เหมือน 'ซื้อเวลาคืน' ให้คนสำคัญในทีมได้ไปทำงานที่มีค่ากว่า"

"แล้วต่างจาก ChatGPT / Copilot ยังไง?"

วิธีตอบ:

"ChatGPT กับ Copilot เป็นเครื่องมือ — เหมือนค้อนกับตะปู ดี แต่ไม่มีใครวางแปลนบ้านให้ เราคือสถาปนิก — วางแปลนว่าจะใช้เครื่องมือไหน ตรงไหน ให้คุ้มค่าสูงสุด พร้อมระบบควบคุมว่าใครใช้อะไร data ไปไหน จ่ายเท่าไหร่"


9. ตัวเลขที่ต้องรู้

เป้าหมาย FY2026: 140M THB

แหล่ง จำนวน (M) สถานะ
Secured baseline (cloud billing + backlog + AWS funding) 62.5 ✅ การันตีแล้ว
New revenue ที่ต้องหา 77.5 🔴 ต้องขาย
Total 140 🎯

ใครรับผิดชอบ new revenue 77.5M:

คน Target (M) วิธี
Gale 20 3-5 Control Tower deals (Enterprise)
Ohm 13 3-4 university deals
Ry 12 2 Control Tower + 20-30 ChatCenter
New reps (May+) 18 Ramping with coaching
Golf (CEO) 10 2-3 big deals >3M, co-close
Other (Phase 0 + cloud) 4.5 Pipeline byproduct

Revenue ต่อลูกค้า (ค่าเฉลี่ย):

ประเภท ปีที่ 1 ปีที่ 2 ปีที่ 3 รวม
Foundation client 2.0-3.0M 1.5-2.2M 1.2-1.8M 4.7-7.0M
Enterprise client 3.4-4.8M 2.4-3.6M 2.0-3.0M 7.8-11.4M
ChatCenter client 0.06-0.3M 0.06-0.3M 0.06-0.3M 0.18-0.9M

จำนวนลูกค้าที่ต้องปิด:

ประเภท จำนวน Revenue
Control Tower subscription 8-12 ราย 20-35M
Existing client upsell 8-10 ราย 12-15M
ChatCenter 30-50 ราย 8-12M
Strategy Sprint (ไม่ convert) 8-10 ราย 2-3M

Key insight: แค่ 8-12 ราย Control Tower subscription ก็ขับเคลื่อน revenue หลักทั้งหมด ไม่ต้อง 100 ราย


10. เริ่มงานสัปดาห์แรก

สำหรับพนักงานปัจจุบัน (ทุกคน)

วันที่ 1-2:

  • อ่านเอกสารนี้จบ (ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที)
  • ท่องจำ "คำถามเปิด" ให้ได้: "คุณรู้ไหมว่าพนักงานใช้ AI อะไรอยู่บ้าง? มีใครคุมอยู่ไหม?"
  • ท่องจำ 3 Tier: Strategy Sprint → Control Tower → ScaleOps
  • ฝึก Quick Scan 5 คำถาม — ลองให้คะแนนองค์กรเราเองดู

วันที่ 3-5:

  • (Sales) ใช้คำถาม governance gap ใน meeting ลูกค้าถัดไป — report ผลให้ Pipe
  • (Sales) ดู pipeline ปัจจุบัน — deal ไหนเสนอใหม่เป็น subscription ได้?
  • (Solution Consulting) อ่าน Appendix: AI Maturity Model ฉบับเต็ม + ให้ feedback
  • (Solution Architect) อ่าน Appendix: Commercial Plan → ร่าง Control Tower architecture 1 หน้า
  • (Aom) สร้าง subscription tracker: ชื่อลูกค้า, tier, วันเริ่ม, ราคา/เดือน, วัน invoice, วัน renew

สำหรับพนักงานใหม่

สัปดาห์ที่ 1:

  • อ่านเอกสารนี้ (START-HERE.md) — นี่คือทุกอย่างที่ต้องรู้เพื่อเริ่มงาน
  • นัด 1:1 กับ Pipe (Sales Director) เพื่อเข้าใจ pipeline ปัจจุบัน
  • นัด 1:1 กับ Golf (CEO) เพื่อเข้าใจ vision + top deals
  • ฟัง recording ของ meeting ลูกค้าที่ผ่านมา 2-3 งาน

สัปดาห์ที่ 2:

  • ไป meeting ลูกค้าร่วมกับ sales คนเก่า (สังเกตการณ์)
  • ลองทำ Quick Scan กับลูกค้าจริง (มีคนเก่าอยู่ด้วย)
  • อ่าน Appendix ที่เกี่ยวข้องกับ role (ดูหัวข้อ 11)

สัปดาห์ที่ 3+:

  • เริ่มถือ lead ของตัวเอง
  • เป้าหมาย: ทำ Strategy Sprint แรกภายในเดือนที่ 2

11. Appendix — เอกสารเชิงลึก

ไม่ต้องอ่านทั้งหมด — เลือกอ่านตามที่เกี่ยวข้องกับ role ของคุณ

เอกสาร เนื้อหา ใครควรอ่าน
Commercial Plan v1 แผนธุรกิจเต็ม: product stack, partner model, ที่มาของ 140M, team assessment CEO, Sales Director, Solution Consulting, SA
AI Maturity Model v1 เครื่องมือวินิจฉัยฉบับเต็ม: 5 มิติ, คำถามทั้งหมด, วิธีให้คะแนน, benchmark Solution Consulting (ต้องอ่าน), SA, Sales ที่สนใจ
HMB Business Study ผลศึกษาจาก Hummingbird: positioning, competitive advantage, sales bible, demand gen CEO, Sales Director, Marketing
HMB vs GDG Plan Diff เปรียบเทียบแนวคิด HMB กับแผนใหม่: อะไรตรงกัน อะไรต่าง อะไรต้อง merge CEO, Sales Director
Manday vs Sprint vs Subscription เปรียบเทียบ 3 วิธีขาย: ทำไมต้องเปลี่ยนเป็น subscription ทุกคนที่ยังสงสัยว่าทำไมเปลี่ยน
Role Brief (What Changes) รายละเอียดว่าแต่ละคนต้องเปลี่ยนอะไร ทุกคน (ดู role ตัวเอง)
This Week's Actions Action items รายสัปดาห์ + agenda ประชุม Sales Director จัดการ
Revenue Meeting Battle Plan 1-pager สำหรับประชุม revenue team CEO ใช้ present

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: Sprint ยกเลิกเลยเหรอ? A: ไม่ได้ยกเลิก Sprint ยังเป็นวิธีที่เรา deliver งาน เพียงแต่ลูกค้า ไม่เห็นราคา sprint แล้ว ลูกค้าเห็นแค่ subscription รายเดือน

Q: ลูกค้าเก่าที่ซื้อ sprint อยู่ล่ะ? A: ส่งมอบ sprint ที่ขายไปแล้วให้จบตามปกติ จากนั้น pitch subscription สำหรับงานต่อไป อย่าขาย sprint ใหม่

Q: ChatCenter เปลี่ยนไหม? A: ไม่เปลี่ยน ขายต่อตามปกติ 5-25K/เดือน ChatCenter คือ Trojan Horse — ลูกค้า SME เริ่มจาก ChatCenter แล้วโตเป็น consulting deal

Q: ถ้าลูกค้าไม่ยอมเซ็นสัญญา 2 ปีล่ะ? A: เริ่มจาก Strategy Sprint ก่อน (one-time 250-350K) ให้เห็นผลจริง แล้วค่อย pitch subscription ลูกค้าที่เห็น pilot ทำงานจริงมี close rate 80%

Q: ฉันยังไม่ค่อยเข้าใจ governance คืออะไร? A: พูดง่ายๆ = "ระบบควบคุมการใช้ AI ขององค์กร" — ใครใช้อะไร ใช้กับข้อมูลอะไร จ่ายเท่าไหร่ ปลอดภัยไหม audit ได้ไหม คิดว่าเหมือน "ระบบ ERP แต่สำหรับ AI"

Q: อ่านจบแล้ว ยังสงสัย ทำไงดี? A: ถาม Pipe หรือ Solution Consulting ได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ ดีกว่าเดาเองแล้วพูดผิดหน้าลูกค้า


จำไว้: เราไม่ได้ขาย AI use case ทีละชิ้น — เราเข้ามาวางระบบให้ทั้งองค์กรใช้ AI ได้อย่างปลอดภัย คุมได้ และขยายได้จริง

คำถามเปิดเดียว: "คุณรู้ไหมว่าพนักงานใช้ AI อะไรอยู่บ้าง? มีใครคุมอยู่ไหม?"

ถ้าจำได้แค่ 2 อย่างนี้ ก็เริ่มงานได้แล้ว 💪


Document 2 of 2

🛡️ Go Digit — Objection Handling Library

สำหรับทีม Sales ทุกคน | GDG Super Consulting

สร้างจาก Objection Handler Skill v1.0


วิธีใช้: หาหัวข้อที่ตรงกับสิ่งที่ลูกค้าพูด → อ่าน "สิ่งที่เขาคิดจริงๆ" → ใช้ Response → ถาม Follow-up → อ้าง Proof Point กฎ: ห้ามอ่านตามสคริปต์คำต่อคำ — เข้าใจ logic แล้วพูดเป็นภาษาของตัวเอง


💰 หมวด 1: ราคาและงบประมาณ


"แพงไป"

สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: ยังไม่เห็นว่าคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย หรือเปรียบเทียบกับราคา manday/chatbot ทั่วไปอยู่

Response:

"เข้าใจครับ — ถ้ามองเป็นค่า software มันแพงจริง แต่นี่ไม่ใช่ software ครับ นี่คือการวางโครงสร้าง AI ทั้งองค์กร — governance, workflow, training รวมหมด เหมือนจ้างที่ปรึกษา Big4 แต่ราคา 1 ใน 10 แล้วได้ platform เป็นของแถม เริ่มจาก Strategy Sprint 250K ก่อนก็ได้ครับ ดูผลแล้วค่อยตัดสินใจ"

Follow-up question: "อยากรู้ไหมครับว่า องค์กรขนาดใกล้เคียงกัน ROI ที่เห็นจริงเป็นยังไง?"

Proof point: มหิดล 60,000 users — ลดเวลา admin work 40%+ ภายใน 3 เดือนแรก ค่าใช้จ่ายระบบ Foundation เทียบกับ Big4 ถูกกว่า 10 เท่า

If they push back again:

"งั้นเริ่มจาก Strategy Sprint 4 สัปดาห์ก่อนครับ — AWS fund ให้ 150K ลูกค้าจ่ายจริงแค่ ~100K ไม่มีความเสี่ยง ถ้าไม่พอใจก็จบตรงนี้ได้เลย"


"ไม่มี budget ปีนี้"

สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: อาจมี budget แต่ไม่ได้จัดไว้สำหรับ AI หรือต้องของบเพิ่ม ซึ่งยุ่งยาก

Response:

"เข้าใจเลยครับ หลายองค์กรไม่ได้ตั้งงบ AI ไว้ตั้งแต่ต้นปี — แต่สิ่งที่เราเสนอเป็น OPEX รายเดือนครับ ไม่ใช่ CAPEX ก้อนใหญ่ อนุมัติคนละช่องทางกัน แถม AWS มี funding support ที่ลดค่าใช้จ่ายปีแรก 300-900K ได้ด้วย"

Follow-up question: "ถ้าเป็น OPEX รายเดือน ต้องผ่าน process อนุมัติยังไงครับในองค์กรคุณ?"

Proof point: AWS POC Funding ครอบคลุม Phase 0 ได้ 150-300K, MAP Program ช่วยค่า Landing Zone 100-500K — ปีแรก effective cost ลดลง 30-50%

If they push back again:

"ไม่เป็นไรครับ — งั้นเอา Strategy Sprint 250K ไปก่อน ไม่ต้อง commit ระยะยาว ได้ assessment report + roadmap + pilot ไปเสนอ board ของบปีหน้าได้เลย"


"Vendor อื่นเสนอมาถูกกว่า"

สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: กำลังเปรียบเทียบราคาจริง หรือใช้เป็นเครื่องมือต่อรองราคา

Response:

"ถูกกว่าเท่าไหร่ครับ? และเขาเสนออะไรบ้าง? ถ้าเขาเสนอสร้าง chatbot ตัวเดียว มันคนละเรื่องกันเลยครับ — เราไม่ได้ขาย chatbot เราวางระบบ AI governance ทั้งองค์กร: policy, cost control, audit trail, training, managed service คำถามสำคัญคือ — ถ้าวันนึง Board ถามว่า 'AI ขององค์กรเราคุมได้ไหม' vendor นั้นตอบให้ได้ไหมครับ?"

Follow-up question: "ให้ผมเทียบ scope ให้ดูไหมครับ ว่าสิ่งที่เราเสนอกับที่ vendor นั้นเสนอ ครอบคลุมต่างกันตรงไหน?"

Proof point: ลูกค้าที่เคยเริ่มกับ vendor ถูก แล้วมาหาเราทีหลัง ต้องจ่ายซ้ำเพราะไม่มี governance foundation — สุดท้ายแพงกว่าเริ่มกับเราตั้งแต่แรก

If they push back again:

"ผมแนะนำแบบนี้ครับ — เอา Strategy Sprint ของเราไปลองก่อน 4 สัปดาห์ ได้ assessment + pilot จริง แล้วเอาผลไปเทียบกับ vendor อื่น ให้ข้อมูลตัดสินใจ ดีกว่าเลือกจากแค่ proposal"


⏰ หมวด 2: จังหวะเวลา


"ยังไม่ใช่ตอนนี้" / "รอก่อน"

สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: มี priority อื่นที่กดดันมากกว่า หรือยังไม่เข้าใจว่าเรื่องนี้เร่งด่วน

Response:

"เข้าใจครับ — แต่ขอถามตรงๆ นะครับ ตอนนี้พนักงานในองค์กรใช้ ChatGPT, Copilot หรือ AI tools อื่นเองอยู่แล้วไหมครับ? เพราะถ้าใช่ แปลว่า AI เข้าองค์กรคุณแล้ว — แค่ไม่มีใครคุม ทุกเดือนที่ผ่านไปโดยไม่มี governance ข้อมูลลับอาจถูกส่งออกไปโดยไม่มีใครรู้ตัว"

Follow-up question: "ถ้าไม่ทำทั้งหมดก็ได้ครับ — แค่ทำ Shadow AI Audit สำรวจว่าตอนนี้คนในองค์กรใช้อะไรอยู่บ้าง ก็จะเห็นภาพชัดขึ้น สนใจไหมครับ?"

Proof point: ผลสำรวจ: องค์กรไทย 70%+ พนักงานใช้ AI สาธารณะกับข้อมูลงานแล้ว โดยไม่มี policy ควบคุม

If they push back again:

"ไม่เป็นไรครับ ผมส่ง AI Readiness Checklist สั้นๆ ให้อ่านก่อนก็ได้ ถ้าวันไหนพร้อมก็ทักมาได้เลยครับ"


"กำลัง restructure อยู่"

สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: องค์กรวุ่นวาย ไม่อยากเพิ่มโปรเจกต์อีก

Response:

"ยิ่งดีเลยครับ — ช่วง restructure คือจังหวะที่ดีที่สุดในการวาง AI foundation ใหม่ เพราะระบบงานกำลังถูก redesign อยู่แล้ว ถ้าเอา AI governance เข้าไปตอนนี้ มันจะฝังอยู่ใน operating model ใหม่ตั้งแต่ต้น ไม่ต้องมาดัดแปลงทีหลัง"

Follow-up question: "restructure ครั้งนี้มี mandate เรื่อง digital transformation หรือ efficiency improvement ด้วยไหมครับ?"

Proof point: หลายองค์กรที่ restructure แล้ววาง AI foundation พร้อมกัน สามารถลดต้นทุน operational ได้ 20-30% ภายในปีแรก

If they push back again:

"เข้าใจครับ — งั้นขอนัดคุยอีกทีหลัง restructure เสร็จนะครับ ช่วงไหนที่คาดว่าจะ settle?"


🔒 หมวด 3: ความเชื่อมั่น


"บริษัทเล็กไป" / "ไม่เคยได้ยินชื่อ"

สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: กลัวว่าจะ deliver ไม่ได้ หรือบริษัทจะหายไป

Response:

"เข้าใจเลยครับ — แต่ขอเล่าให้ฟังนะครับ มหิดล 60,000 users ไว้วางใจให้เราวาง AI governance ทั้งมหาวิทยาลัย เราเป็น AWS Advanced Tier Partner ซึ่งต้องผ่าน certification หลายระดับ และทีม delivery ของเราไม่ใช่แค่ 20 คน — เรามี network ของ AWS certified engineers หลายสิบคนที่ scale ได้ตามงาน ขนาดเล็กทำให้เราเร็วกว่า คล่องกว่า ไม่ต้องรอ approval 5 ชั้นแบบบริษัทใหญ่"

Follow-up question: "อยากคุยกับ reference ลูกค้าที่ใช้อยู่ไหมครับ? จัดให้ได้เลย"

Proof point: AWS Advanced Tier Partner (มีไม่กี่เจ้าในไทย), มหิดล 60,000 users, delivery network certified engineers 30+ คน

If they push back again:

"ผมเข้าใจว่าความเชื่อมั่นสำคัญครับ — งั้น Strategy Sprint 4 สัปดาห์คือวิธีพิสูจน์ที่เร็วที่สุด เห็นผลงานจริงก่อน แล้วค่อยตัดสินใจเรื่องสัญญายาว"


"ทำไมไม่ใช้ Big4?"

สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: รู้สึกปลอดภัยกว่าถ้าใช้ชื่อใหญ่ หรือ Board กดดันให้ใช้ vendor ที่รู้จัก

Response:

"Big4 เก่งมากครับเรื่องวางแผน strategy — แต่ปกติ Big4 จะส่ง junior consultants มาทำ PowerPoint สวยๆ แล้วจบ ไม่ได้สร้าง platform ให้ ไม่ได้ deploy AI จริง ไม่ได้ operate ให้ต่อเนื่อง ราคาก็ 10 เท่าของเรา สิ่งที่ลูกค้าได้จากเราคือ strategy + platform + delivery + managed service ครบในที่เดียว — แล้วเราจะอยู่กับคุณ 2-3 ปี ไม่ใช่ส่ง report แล้วหายไป"

Follow-up question: "เคยใช้ Big4 มาก่อนไหมครับ? ได้ผลยังไง? implement จริงได้กี่เปอร์เซ็นต์?"

Proof point: ลูกค้า Big4 ส่วนใหญ่ได้ strategy document ที่ implement ไม่ถึง 30% — เพราะไม่มีคน deliver จริง Go Digit อยู่จนถึง production + operate ให้

If they push back again:

"ถ้า Board ต้องการชื่อใหญ่จริงๆ — Hummingbird ซึ่งเป็น partner ของเราเป็น boutique consulting firm ที่ co-present ให้ได้ครับ ได้ทั้งชื่อเสียงและผลลัพธ์จริง"


🏢 หมวด 4: แรงต้านภายในองค์กร


"ทำเองได้" / "มี IT team อยู่แล้ว"

สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: IT team รู้สึกถูกคุกคาม หรือผู้บริหารคิดว่า AI ง่ายกว่าที่เป็น

Response:

"เยี่ยมเลยครับที่มี IT team แข็ง — เราไม่ได้มาแทนทีมคุณเลย สิ่งที่เราทำเป็นคนละ layer กัน: ทีม IT ดูแล infrastructure, network, security ซึ่งเก่งอยู่แล้ว แต่เรื่อง AI governance — policy ว่าใครใช้ model ไหน, budget control, audit trail, data classification — อันนี้เป็น skill set ที่ต่างออกไป ไม่มี IT team ไหนถูก train มาเรื่องนี้ เราเข้ามาเสริมตรงนี้ ไม่ใช่แทน"

Follow-up question: "ทีม IT ตอนนี้ดูแล AI governance ด้วยไหมครับ? มี policy คุม AI usage อยู่แล้วหรือยัง?"

Proof point: แม้แต่ tech companies ระดับโลกยังต้องจ้างที่ปรึกษา AI governance แยกต่างหาก เพราะ IT operations กับ AI governance เป็นคนละ discipline

If they push back again:

"งั้นลองนี่ไหมครับ — ให้ทีม IT ลองตอบคำถามนี้: ตอนนี้มี audit log ว่าพนักงานคนไหนส่งข้อมูลอะไรเข้า AI tools บ้างไหม? ถ้ายังไม่มี นั่นคือ gap ที่เราช่วยเติมได้"


"พนักงานจะต่อต้าน"

สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: กลัว change management จะยุ่งยาก คนจะไม่ยอมใช้

Response:

"กลัวถูกต้องครับ — 70% ของ AI projects ที่ล้มเหลวไม่ใช่เพราะ tech ไม่ดี แต่เพราะคนไม่ใช้ นั่นคือเหตุผลที่ service ของเรารวม People Empowerment ด้วย: เราไม่ได้แค่ deploy AI แล้วบ๊ายบาย เราทำ TTT certification — สร้าง AI champion ภายใน 5-10 คนที่เป็นแนวหน้าช่วยดึงทีม เราออกแบบ Human-in-the-Loop workflow ให้คนรู้สึกว่า AI ช่วยเขา ไม่ใช่มาแย่งงาน"

Follow-up question: "แผนกไหนที่คุณคิดว่าพร้อมที่สุดครับ? เราเริ่มจากตรงนั้น — ให้เป็นตัวอย่างแล้วแผนกอื่นจะตามเอง"

Proof point: มหิดล: เริ่มจาก 1 คณะที่พร้อม → เห็นผล → คณะอื่นขอใช้เอง ไม่ต้องบังคับ

If they push back again:

"ลองดูแบบนี้ไหมครับ — เริ่มจากงาน routine ที่ทุกคนเบื่อ เช่น ตอบคำถามซ้ำๆ หรือ data entry ถ้า AI ทำแทนได้ ไม่มีใครต่อต้านครับ คนดีใจด้วยซ้ำ"


⚔️ หมวด 5: เปรียบเทียบคู่แข่ง


"ใช้ ChatGPT / Copilot อยู่แล้ว ทำไมต้องจ่ายเพิ่ม?"

สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: ใช้ ChatGPT team แล้วรู้สึกว่าพอ ไม่เห็นว่าต้องทำอะไรเพิ่ม

Response:

"ChatGPT กับ Copilot เหมือนค้อนกับตะปูครับ — เป็นเครื่องมือที่ดี แต่ไม่มีใครวางแปลนบ้านให้ ตอนนี้คุณรู้ไหมครับว่าพนักงานกี่คนใช้? ใช้กับข้อมูลอะไร? ข้อมูลลับถูกส่งเข้าไปไหม? เดือนนึงจ่ายรวมเท่าไหร่? นี่คือสิ่งที่เราเข้ามาจัดการครับ — ไม่ได้มาแทน ChatGPT แต่มาทำให้การใช้ ChatGPT ขององค์กรคุณปลอดภัยและคุ้มค่า"

Follow-up question: "ลองนึกดูนะครับ — ถ้า audit มาวันนี้ แล้วถามว่า 'ข้อมูลลับขององค์กรถูกส่งเข้า AI สาธารณะไหม' ตอบได้ไหมครับ?"

Proof point: องค์กรที่มี 500 คน ใช้ ChatGPT โดยไม่มี governance → พบว่า 23% ของ prompt มีข้อมูล confidential ปนอยู่ (industry benchmark)

If they push back again:

"ดีแล้วที่ใช้ครับ — แสดงว่าองค์กรพร้อม เราไม่ได้มาบอกให้เลิกใช้ เรามาทำให้มัน enterprise-grade: ควบคุมได้ budget ชัด data ปลอดภัย audit ผ่าน"


"Cloud provider (AWS/Azure) มี AI ให้แล้ว ใช้ของเขาก็พอ"

สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: IT team ชอบ self-service tools จาก cloud provider มากกว่า

Response:

"ถูกต้องครับ AWS Bedrock, Azure OpenAI ดีมาก — และเราก็ใช้มันด้วย เราไม่ได้สร้าง AI model เอง เราใช้ Bedrock เป็น engine หลัก แต่สิ่งที่ cloud provider ไม่ได้ให้คือ: governance layer ที่บอกว่าใครใช้ได้ ใครใช้ไม่ได้ budget เท่าไหร่ data classification ยังไง workflow ที่เชื่อมกับระบบงานจริง และคนที่ดูแลให้ทุกเดือน cloud provider ให้ building blocks เราสร้างบ้านทั้งหลัง"

Follow-up question: "ตอนนี้ทีม IT ใช้ Bedrock / Azure OpenAI อยู่ไหมครับ? deploy เป็น production workflow หรือยัง?"

Proof point: เราเป็น AWS Advanced Tier Partner — AWS เองก็ refer ลูกค้ามาหาเราเพื่อทำส่วน governance และ workflow ที่ AWS ไม่ได้ทำเอง

If they push back again:

"ลองคิดแบบนี้ครับ — AWS ขาย EC2 แต่ไม่ได้ design architecture ให้ เรา = architect ที่ใช้ AWS tools สร้างระบบ AI ที่ production-ready"


🔐 หมวด 6: Data & Security


"ข้อมูลเราส่งออกไม่ได้" / "ต้อง on-premise"

สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: กลัว data leak จริงๆ โดยเฉพาะ regulated sectors

Response:

"เข้าใจเลยครับ — ข้อมูลไม่ต้องออกไปไหน เราทำ Landing Zone ใน AWS VPC ของลูกค้าเอง data อยู่ใน account ของคุณ เราแค่ช่วย configure และ manage Governance Hub ก็ deploy ใน environment ของคุณ ไม่ใช่ cloud ของเรา คุณถือ key ทั้งหมด"

Follow-up question: "ตอนนี้ใช้ AWS อยู่แล้วหรือยังครับ? ถ้าใช้อยู่ เราต่อจากตรงนั้นได้เลย"

Proof point: มหิดล: ข้อมูลทั้งหมดอยู่ใน AWS VPC ของมหาวิทยาลัย Go Digit ไม่เคยเข้าถึง raw data โดยตรง

If they push back again:

"ถ้าต้องการ air-gapped จริงๆ ก็ทำได้ครับ — GAble ทีม certified engineers ของเรา design on-premise deployment ได้"


😶 หมวด 7: Stall & ไม่ commit


"ขอคิดก่อน" / "เดี๋ยวติดต่อกลับ"

สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: อาจยังมีข้อกังวลที่ไม่ได้พูด หรือกำลังหาทางปฏิเสธอย่างสุภาพ

Response:

"ได้เลยครับ เข้าใจว่าต้องคิดให้ดี — แต่ขอถามตรงๆ ได้ไหมครับ มีอะไรที่ยังกังวลอยู่ไหม? พูดตรงๆ ได้เลยครับ จะได้ช่วยตอบให้ตรงจุด"

Follow-up question: "ถ้าต้องเสนอ board ผมช่วยเตรียม executive summary 1 หน้าให้ได้ครับ — จะได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ"

Proof point: ส่ง AI Readiness Checklist ให้อ่านระหว่างคิด — value-add ที่ทำให้ยังนึกถึงเรา

If they push back again:

"ไม่เป็นไรเลยครับ — ผมขอ follow up อีกที สัปดาห์หน้าวันไหนสะดวกครับ?" (ล็อกวัน ไม่ปล่อยลอย)


"ส่ง proposal มาก่อน"

สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: อาจแค่อยากดูราคาเพื่อเปรียบเทียบ หรือต้องการเอกสารไปเสนอคนอื่น — แต่ 50% จะไม่ได้อ่าน

Response:

"ได้ครับ — แต่จะให้ proposal ตรงจุดจริงๆ ขอถามเพิ่มอีก 2-3 ข้อนะครับ เพราะเราไม่ได้ส่ง proposal แบบ one-size-fits-all ผมอยากให้ proposal ที่ส่งไปมีตัวเลข ROI ที่คำนวณจากข้อมูลจริงขององค์กรคุณ"

Follow-up question: "Proposal นี้จะเอาไปเสนอใครครับ? จะได้ปรับภาษาให้ตรง — ถ้า IT ก็ลงเทคนิค ถ้า Board ก็เน้น ROI + risk"

Proof point: proposal ของเราทุกฉบับมี customized ROI estimate เพราะเราทำ Quick Assessment ก่อนเสมอ

If they push back again:

"ได้ครับ — ส่งให้ภายใน 3 วัน แล้วขอนัดโทรคุย 15 นาทีหลังส่ง เพื่อ walk through ด้วยกันนะครับ ดีกว่าอ่านเอง" (ล็อก next meeting)


🔄 Objection Chains — Top 3

Chain 1: ราคา → คู่แข่ง → ขอคิด

Client: "แพงไป"
→ Rep: Reframe เป็น OPEX + เริ่มจาก Strategy Sprint 250K

Client: "แต่ vendor [X] เสนอมาแค่ 300K ทั้งโปรเจกต์"
→ Rep: "เขาเสนอ scope อะไรบ้างครับ? ถ้าแค่สร้าง chatbot 1 ตัว
        มันคนละเรื่องกับการวาง AI governance ทั้งองค์กร
        เหมือนเทียบราคาช่างไฟ กับสถาปนิกที่ออกแบบบ้านทั้งหลัง"

Client: "ขอคิดก่อนนะ"
→ Rep: "ได้เลยครับ — ระหว่างคิด ผมส่ง AI Readiness Checklist
        ให้ลองประเมินองค์กรดูก่อนนะครับ ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด
        แล้ว follow up วันศุกร์ได้ไหมครับ?"

Chain 2: ยังไม่พร้อม → ทำเองได้ → ขอดูก่อน

Client: "ยังไม่ใช่ตอนนี้ ยังไม่พร้อม"
→ Rep: "แต่พนักงานใช้ AI เองอยู่แล้วนะครับ — Shadow AI"

Client: "เรามี IT team ดูแลอยู่"
→ Rep: "IT ดูแล infrastructure ได้ครับ แต่ AI governance
        เป็นคนละ skill set — ลองถาม IT ว่ามี audit log
        ว่าใครส่งข้อมูลอะไรเข้า ChatGPT บ้างไหมครับ"

Client: "...น่าสนใจ ส่งรายละเอียดมาก่อนได้ไหม"
→ Rep: "ได้ครับ — แต่ดีกว่านั้น ให้ผมทำ Quick Assessment
        ฟรี 15 นาที ให้คะแนนความพร้อม AI 5 มิติ
        ได้ report 1 หน้าไปเสนอ boss ด้วย สะดวกสัปดาห์นี้ไหมครับ?"

Chain 3: Board ไม่ buy-in → ต้องใช้ Big4 → เอกสารเยอะ

Client: "ผู้บริหารยังไม่ buy-in เรื่อง AI"
→ Rep: "เข้าใจครับ — ถ้าผู้บริหารเห็นตัวเลขจริงจะง่ายขึ้น
        Strategy Sprint 4 สัปดาห์จะให้ assessment + ROI
        ที่เอาไปเสนอ board ได้เลย"

Client: "Board น่าจะอยากเห็นชื่อ Big4 มากกว่า"
→ Rep: "เข้าใจครับ — Hummingbird ซึ่งเป็น consulting partner
        ของเราร่วม present ให้ได้ ได้ทั้งชื่อเสียงและผลลัพธ์จริง
        ราคาก็ 1 ใน 10 ของ Big4"

Client: "ต้องเตรียมเอกสารเยอะ procurement ยุ่งยาก"
→ Rep: "เราช่วยเตรียมให้ได้ครับ — executive summary, ROI,
        technical spec, compliance checklist มีหมด
        Aom ทีม admin ของเราเชี่ยวชาญเรื่องเอกสาร procurement"

⚔️ Competitive Battle Cards


vs Software House ทั่วไป (ราคา 200-500K)

Their pitch: "เราสร้าง AI chatbot / LINE bot ให้ ราคาถูกกว่า ส่งมอบเร็ว" Their weakness: ไม่มี governance, ไม่มี policy, สร้างเสร็จแล้วจบ ไม่ดูแลต่อ ไม่ scalable ข้ามแผนก Our counter: "เขาสร้าง chatbot 1 ตัว เราวาง AI ทั้งองค์กร — governance, training, managed service 2-3 ปี" Trap question: "ถ้าวันนึง Board ถามว่า 'AI ทั้งองค์กรเราคุมได้ไหม' vendor นั้นตอบให้ได้ไหมครับ?"


vs ChatGPT Team / Enterprise

Their pitch: "แค่สมัคร ChatGPT Enterprise $60/user/month ก็ใช้ได้แล้ว" Their weakness: ไม่มี workflow integration กับระบบงานจริง, ไม่มี Thai governance policy, ไม่มี audit trail ระดับองค์กร, ไม่มีคนดูแล Our counter: "ChatGPT คือเครื่องมือ — ดีมาก แต่ใครวาง policy ว่าใช้กับข้อมูลอะไรได้? ใครดู cost? ใครสร้าง workflow ที่เชื่อมกับ ERP?" Trap question: "ตอนนี้รู้ไหมว่าพนักงานส่งข้อมูลอะไรเข้า ChatGPT บ้าง? มี log ไหม?"


vs Big4 Consulting (Deloitte, EY, Accenture, etc.)

Their pitch: "เราเป็นบริษัทที่ปรึกษาระดับโลก มี framework, methodology, global reference" Their weakness: ราคา 10x, ส่ง junior, ได้ PowerPoint ไม่ได้ production system, ไม่ operate ให้, engagement จบเมื่อ slide เสร็จ Our counter: "Big4 ให้ strategy document เราให้ strategy + platform + production AI + managed service 2-3 ปี — implement rate ของเรา 90%+ vs Big4 <30%" Trap question: "เคยจ้าง Big4 ทำ digital transformation มาก่อนไหมครับ? implement ได้กี่เปอร์เซ็นต์?"


vs AWS ProServe / Cloud Provider PS

Their pitch: "AWS มี ProServe team ที่ช่วย implement Bedrock ได้โดยตรง" Their weakness: ทำแค่ technical implementation ไม่มี business advisory, governance, change management, ไม่ operate ต่อ Our counter: "AWS ProServe build infrastructure — เราวาง governance + workflow + training + operate ให้ เราเป็น AWS partner ด้วย ทำงานร่วมกัน ไม่ใช่แข่งกัน" Trap question: "AWS ProServe ช่วยเขียน AI Policy ภาษาไทยให้ได้ไหม? ช่วยทำ change management ให้พนักงานใช้ AI ได้ไหม?"


จำไว้ 3 ข้อ:

  1. ฟังก่อนตอบ — เข้าใจ "สิ่งที่เขาคิดจริงๆ" ก่อนเสมอ
  2. ถามกลับ — อย่าจบที่ response ต้องมี follow-up question ทุกครั้ง
  3. อ้าง proof จริง — มหิดล, AWS Advanced Tier, ตัวเลข ROI ที่เฉพาะเจาะจง ไม่ใช่ "ลูกค้าหลายราย"