🚀 GDG Super Consulting — START HERE
อ่านไฟล์นี้ไฟล์เดียว แล้วเริ่มงานได้เลย
สำหรับพนักงานปัจจุบันและพนักงานใหม่
อัปเดตล่าสุด: 9 มีนาคม 2026
สารบัญ
- เราคือใคร
- เราขายอะไร (3 ตัวเท่านั้น)
- ลูกค้าเราคือใคร
- ขายยังไง — ขั้นตอนทั้งหมด
- เครื่องมือขายที่ต้องรู้
- หน้าที่ของแต่ละคน
- กฎเหล็ก — สิ่งที่ทำ vs สิ่งที่ห้ามทำ
- รับมือข้อโต้แย้งลูกค้า
- ตัวเลขที่ต้องรู้
- เริ่มงานสัปดาห์แรก
- Appendix — เอกสารเชิงลึก
1. เราคือใคร
ประโยคเดียวที่อธิบายบริษัทเรา:
"เราวางระบบ AI ที่องค์กรคุมได้ วัดผลได้ และขยายได้จริง"
เราไม่ใช่ software house ที่รับเขียนโปรแกรม เราไม่ใช่บริษัทขาย chatbot เราไม่ใช่บริษัทจัดอบรม AI
เราคือ "ที่ปรึกษาที่มี platform" — ผสมระหว่าง consulting firm กับ technology company
ลูกค้าได้อะไรจากเรา:
- Strategy ที่ผู้บริหารตัดสินใจได้
- Governance ที่ IT คุมได้ (ใครใช้อะไร จ่ายเท่าไหร่ ข้อมูลไปไหน)
- Workflow ที่ business เห็นผลลัพธ์จริง
- Managed Service ที่วัดผลได้ทุกเดือน
Partner ของเรา:
| Partner | บทบาท |
|---|---|
| Hummingbird (HMB) | Boutique consulting — ช่วยเปิดประตู C-level, พูดภาษาธุรกิจ |
| GAble | AWS certified engineers — สร้าง infrastructure, ทำ Landing Zone |
| AWS | Advanced Tier Partner — funding, co-sell, credibility |
สิ่งที่ทำให้เราต่างจากคู่แข่ง:
| คู่แข่ง | จุดอ่อนของเขา | จุดแข็งของเรา |
|---|---|---|
| Big4 / ที่ปรึกษาใหญ่ | วางแผน top-down สวยแต่ไม่ลงหน้างานจริง, แพงมาก | เราลงลึกระดับ micro-process + มี platform จริง, ราคาเข้าถึงได้ |
| Software House | สร้างตาม spec ไม่ตั้งคำถามว่า logic ถูกไหม | เราท้าทายโจทย์ แก้ที่ต้นตอ ไม่ใช่แค่เขียนโค้ดตามสั่ง |
| เครื่องมือสำเร็จรูป | ทำงานแยกส่วน แก้แค่ระดับ task | เราเชื่อมทั้งระบบ ข้อมูลทั้งองค์กร |
| บริษัทจัดอบรม AI | สอนจบแล้วก็จบ ไม่มีระบบรองรับ | เราสอนด้วย ทำด้วย ดูแลต่อเนื่อง |
2. เราขายอะไร
มีแค่ 3 อย่าง จำให้ได้:
┌─────────────────────┐ ┌──────────────────────┐ ┌──────────────────────┐
│ TIER 1 │ │ TIER 2 │ │ TIER 3 │
│ AI Strategy Sprint │ → │ AI Control Tower │ → │ AI ScaleOps │
│ │ │ │ │ │
│ "วินิจฉัยก่อนรักษา" │ │ "วางรากฐาน AI ทั้งองค์กร" │ │ "เราดูแลให้ต่อเนื่อง" │
│ │ │ │ │ │
│ 250-350K ครั้งเดียว │ │ 150-250K/เดือน │ │ 100-200K/เดือน │
│ 4 สัปดาห์ │ │ สัญญา 2 ปี │ │ ต่อเนื่อง │
│ │ │ │ │ │
│ จุดเข้า: ทุก deal │ │ ← นี่คือ DEAL หลัก → │ │ เครื่องจักรเงินสด │
│ เริ่มจากตรงนี้เสมอ │ │ ตัวนี้ที่ทำเงินจริง │ │ recurring ทุกเดือน │
└─────────────────────┘ └──────────────────────┘ └──────────────────────┘
Tier 1: AI Strategy Sprint — "วินิจฉัยก่อนรักษา"
สิ่งที่ลูกค้าได้:
- ประเมินความพร้อม AI ทั้งองค์กร (AI Maturity Score)
- สำรวจ Shadow AI (พนักงานแอบใช้ AI อะไรอยู่บ้าง? เสี่ยงไหม?)
- หา 3-5 workflow ที่ AI ช่วยได้มากสุด จัดลำดับ
- วิเคราะห์ช่องว่างด้าน Governance (policy, risk, compliance)
- สร้าง Pilot จริง — AI ทำงานบน workflow จริงของลูกค้า ไม่ใช่ demo
- Roadmap 12 เดือนพร้อม ROI
ราคา: 250-350K (AWS fund ได้ 150K → ลูกค้าจ่ายจริง 100-200K) ระยะเวลา: 4 สัปดาห์ เป้าหมาย: Convert 60%+ เข้า Tier 2
Tier 2: AI Control Tower — "วางรากฐาน AI ทั้งองค์กร"
นี่คือสินค้าหลักของเรา ตัวนี้ทำเงินจริง
สิ่งที่ลูกค้าได้:
- AI Landing Zone บน AWS (infrastructure พร้อมใช้)
- Governance Hub = ระบบควบคุมกลาง (ใครใช้ model ไหน, จ่ายเท่าไหร่, data ไปไหน, audit trail)
- 3-5 AI Workflow ที่ทำงานจริงบนระบบจริงของลูกค้า
- AI Policy Pack ภาษาไทย (พร้อม audit, พร้อมบอร์ด)
- TTT (Train-the-Trainer) รับรองพนักงาน 5-10 คนเป็น AI practitioner
- Operating Model (ใครรับผิดชอบอะไร, escalation, review cadence)
ราคา: Subscription 150-250K/เดือน สัญญา: 2 ปี (จ่ายล่วงหน้ารายไตรมาส) Revenue ต่อ deal: 3.6-6.0M ตลอดสัญญา ทำไม switch ยาก: Platform + data + governance ฝังอยู่ในระบบลูกค้า
Tier 3: AI ScaleOps — "เราดูแลให้ต่อเนื่อง"
สิ่งที่ลูกค้าได้:
- Monitor ระบบ 24/7 หรือ business hours
- รีวิว governance ทุกเดือน
- ปรับ cost + model ให้ optimal
- Tune และเพิ่ม workflow ต่อเนื่อง
- รายงาน C-level ทุกไตรมาส (ผู้บริหารเห็นว่า AI คุ้มจริง)
- จัดการ backlog use case ใหม่
ราคา: 100-200K/เดือน (รวมใน Tier 2 หรือขายแยก) Margin: 85-92% — กำไรดีมาก สัญญา: 1-3 ปี
ChatCenter (แยก track — สำหรับ SME)
- LINE bot + ticketing + AI customer service
- 5-25K/เดือน
- เป้าหมาย: คลินิก, gaming, retail
- Trojan Horse: ลูกค้าเริ่มจาก ChatCenter → ผู้บริหารเจอ AI → expand เป็น consulting
- ไม่เปลี่ยนแปลง — ขายต่อตามปกติ
3. ลูกค้าเราคือใคร
กลุ่มหลัก (Control Tower Subscription):
| กลุ่ม | ทำไมถึงซื้อ | Deal Size | ใครดูแล |
|---|---|---|---|
| มหาวิทยาลัย / สถาบันการศึกษา | ซื้อ institution-wide ได้, กลัวเรื่อง governance + data, ต้องการ policy พร้อม audit | 2-8M/ปี | Ohm |
| โรงพยาบาล / กลุ่มคลินิก | กลัว data leak (ข้อมูลผู้ป่วย + PDPA), ต้องการ admin AI ไม่ใช่ clinical | 1.5-5M/ปี | Ry |
| Enterprise / Conglomerate | Shared service หลาย BU (HR, procurement, finance), ต้องการระบบกลาง | 3-20M/ปี | Gale |
กลุ่ม ChatCenter (Volume):
| กลุ่ม | Deal Size | ใครดูแล |
|---|---|---|
| คลินิกความงาม | 60-300K/ปี | Ry |
| Gaming | 60-300K/ปี | Ry |
| Retail SME | 60-180K/ปี | Ry |
คนที่เราต้องคุยด้วย:
| ระดับ | สิ่งที่เขาสนใจ | ภาษาที่ต้องใช้ |
|---|---|---|
| CEO / Board | Risk, ROI, competitive advantage | "AI ที่คุมได้ วัดผลได้" |
| CIO / CTO | Governance, security, infrastructure | "Landing Zone, audit trail, policy control" |
| BU Head | Productivity, ลดงาน routine | "ซื้อเวลาคืน ให้ทีมไปทำงานที่สำคัญกว่า" |
| IT Manager | จะ implement ยังไง, integrate กับระบบเดิมได้ไหม | Technical detail (พูดหลัง C-level อนุมัติแล้ว) |
4. ขายยังไง
Sales Flow — จากคนแปลกหน้า จนถึงลูกค้า recurring
ขั้นที่ 1 ขั้นที่ 2 ขั้นที่ 3 ขั้นที่ 4
───────── ────────── ────────── ──────────
เปิดบทสนทนา วินิจฉัย + Pilot เซ็นสัญญา ดูแลต่อเนื่อง
ถามคำถาม AI Strategy Sprint AI Control Tower AI ScaleOps
Governance Gap 250-350K 150-250K/เดือน 100-200K/เดือน
4 สัปดาห์ สัญญา 2 ปี ต่อเนื่อง
Sales ทำ Solution Consulting Sales + CEO close Ops team ดูแล
+ SA ทำ
60%+ convert → 80%+ convert → 85%+ renew →
ขั้นที่ 1: เปิดบทสนทนา
คำถามเปิดที่ต้องใช้ทุกครั้ง:
🎯 "คุณรู้ไหมว่าพนักงานในองค์กรใช้ AI อะไรอยู่บ้าง? มีใครคุมอยู่ไหม?"
ทำไมคำถามนี้ทรงพลัง:
- องค์กรไทย 90% ตอบไม่ได้ → เปิด gap ทันที
- ไม่ได้ขายของ → กำลังช่วยให้เขาเห็นปัญหา
- ถ้าตอบว่า "ไม่รู้" หรือ "ยังไม่มี policy" → นั่นคือ deal ของเรา
คำถามต่อเนื่อง (ถ้าลูกค้าสนใจ):
- "รู้ไหมว่าเดือนนึงองค์กรจ่ายค่า AI tools รวมเท่าไหร่?"
- "ถ้า audit มา มีหลักฐานไหมว่าข้อมูลลับไม่ได้ถูกส่งเข้า AI สาธารณะ?"
- "ถ้า Board ถามว่า AI strategy ขององค์กรคืออะไร ตอบได้ไหม?"
คัดกรองลูกค้า — ใช้ B.O.G.D. Framework:
| ตัวอักษร | คำถาม | ฟังหาอะไร |
|---|---|---|
| B — Business Objective | "เป้าหมายธุรกิจปีนี้คืออะไร?" | มี vision ที่ AI ช่วยได้ไหม |
| O — Objective Pain Points | "ติดปัญหาอะไรอยู่?" | Pain ที่ชัดและเร่งด่วน |
| G — Groundwork & Data | "ข้อมูลเก็บที่ไหน? ระบบ integrate กันได้ไหม?" | พร้อมทำ AI ได้จริงไหม |
| D — Decision & Budget | "ใครตัดสินใจ? มี budget ไหม?" | ปิด deal ได้จริงไหม |
ขั้นที่ 2: AI Strategy Sprint (4 สัปดาห์)
สัปดาห์ที่ 1-2: วินิจฉัย
- สัมภาษณ์ผู้บริหาร + หัวหน้าแผนก + พนักงานหน้างาน
- ใช้ AI Maturity Model ให้คะแนน 5 มิติ (ดูหัวข้อ 5)
- แกะ workflow จริงด้วย 8 Elements (ดูหัวข้อ 5)
- สำรวจ Shadow AI
- ระบุ top 3-5 use case
สัปดาห์ที่ 3-4: สร้าง Pilot + รายงาน
- สร้าง AI workflow จริงบนข้อมูลจริงของลูกค้า 1 ตัว
- เขียนรายงาน AI Readiness + Roadmap + ROI
- นำเสนอต่อผู้บริหาร → ถ้าเห็นผล → pitch Tier 2
ใครทำ:
- Solution Consulting นำ (ภาษาธุรกิจ, สัมภาษณ์, วินิจฉัย)
- Solution Architect ร่วม (เทคนิค, architecture, pilot)
- Sales rep มาร่วมตอน present ผู้บริหาร
ขั้นที่ 3: ปิด deal — AI Control Tower Subscription
เงื่อนไขการปิด:
- ลูกค้าเห็น pilot ทำงานจริง → มั่นใจแล้ว
- นำเสนอ subscription model (OPEX ไม่ใช่ CAPEX — ลูกค้าอนุมัติง่ายกว่า)
- สัญญา 2 ปี จ่ายล่วงหน้ารายไตรมาส
- Deal >3M → CEO (Golf) ไปร่วม close ด้วย
ขั้นที่ 4: Delivery + ScaleOps
- GAble สร้าง Landing Zone + infrastructure
- Go Digit deploy Governance Hub + workflows
- หลัง go-live → ScaleOps team ดูแลต่อเนื่อง
- Monthly review + ขยาย workflow เพิ่ม
5. เครื่องมือขายที่ต้องรู้
เครื่องมือที่ 1: AI Maturity Model — Quick Scan (15 นาที)
ใช้ตอน: โทรคุยครั้งแรก, นัดแรก, discovery call ใครใช้: Sales ทุกคน
ถามลูกค้า 5 คำถาม ให้คะแนน 1-5 แต่ละข้อ:
| # | มิติ | คำถาม | Score 1 (แย่) | Score 5 (ดี) |
|---|---|---|---|---|
| 1 | Strategy | "ผู้บริหารมองเรื่อง AI ยังไง? มีแผนหรือ budget ไหม?" | ไม่มีแผนเลย | มี AI strategy + budget + sponsor ชัด |
| 2 | Data | "ข้อมูลหลักอยู่ที่ไหน? ระบบคุยกันได้ไหม?" | กระจัด Excel ทั่ว | ระบบ integrate + API + data quality ดี |
| 3 | Technology | "ใช้ cloud อะไร? พนักงานใช้ AI tools อะไรเอง?" | ไม่มี cloud, ไม่รู้ใครใช้อะไร | Cloud-first + มี approved tools list |
| 4 | Governance | "มี policy สำหรับ AI ไหม? รู้ค่าใช้จ่าย AI รวมไหม?" | ไม่มี policy, ไม่รู้ค่าใช้จ่าย | มี policy + audit trail + budget control |
| 5 | People | "มีใครเป็น AI champion ไหม? ทีมพร้อมใช้ไหม?" | ไม่มีใครสนใจ, ต่อต้าน | มี AI team + training + champion ชัด |
คำนวณ: เฉลี่ย 5 ข้อ → ได้ Quick Score
ใช้ Quick Score นำทาง:
| Quick Score | ลูกค้าอยู่ตรงไหน | สิ่งที่ต้องทำ |
|---|---|---|
| 1.0-1.9 | ยังไม่พร้อม | Nurture — ส่ง content, ชวนมา workshop, ยังไม่ต้อง pitch |
| 2.0-2.9 | เริ่มสนใจ | Pitch AI Strategy Sprint → เขาต้องการวินิจฉัยก่อน |
| 3.0-3.9 | พร้อมลงทุน | Pitch AI Control Tower → อาจข้าม Strategy Sprint ได้เลย |
| 4.0+ | Enterprise deal | Deal ใหญ่ → เอา Solution Consulting + CEO เข้าไปด้วย |
สำคัญ: Quick Score ไม่ใช่แค่เครื่องมือภายใน — ส่งให้ลูกค้าได้ เขาเอาไปบอก boss ได้ว่า "องค์กรเราได้ 2.1 จาก 5.0 ต้องทำอะไรสักอย่าง"
เครื่องมือที่ 2: AI Maturity Model — Full Assessment (2-3 ชั่วโมง)
ใช้ตอน: AI Strategy Sprint สัปดาห์ที่ 1 ใครใช้: Solution Consulting นำ + Solution Architect ร่วม
5 มิติ เหมือน Quick Scan แต่ลงลึกด้วยคำถามย่อย 20+ ข้อ ครอบคลุม:
- Strategy: vision, budget, roadmap, executive sponsorship
- Data: quality, governance, classification, PDPA, API readiness
- Technology: cloud, security, shadow AI, model access, integration
- Governance: AI policy, cost control, risk framework, audit trail, approval workflow (มิตินี้ถ่วงน้ำหนัก 30% เพราะคือจุดแข็งของเรา)
- People: AI literacy, change readiness, champion, adoption metrics
ผลลัพธ์: Radar chart + Industry benchmark + Prioritized roadmap
→ รายละเอียดเต็มอยู่ใน Appendix: AI Maturity Model
เครื่องมือที่ 3: 8 Elements Workflow Extraction
ใช้ตอน: แกะ workflow จริงของลูกค้าระหว่าง Strategy Sprint ใครใช้: Solution Consulting + Solution Architect
สัมภาษณ์พนักงานหน้างาน ถาม 8 แกน:
| # | Element | คำถาม |
|---|---|---|
| Q1 | จุดเริ่มต้น | "งานนี้เริ่มจากไหน? trigger คืออะไร?" |
| Q2 | จุดจบ | "จบเมื่อไหร่? output คืออะไร?" |
| Q3 | ประเภทเคส | "มีกี่แบบ? แบบไหนเกิดบ่อยสุด?" |
| Q4 | ลำดับขั้นตอน | "ทำอะไรก่อน-หลัง? มีกี่ step?" |
| Q5 | จุดตัดสินใจ | "ตรงไหนต้องใช้วิจารณญาณ? ใครตัดสินใจ?" |
| Q6 | ข้อมูลรับเข้า | "ใช้ข้อมูลอะไร? มาจากไหน?" |
| Q7 | การส่งต่อ | "ส่งต่อให้ใคร? ส่งยังไง?" |
| Q8 | เคสพิเศษ/ข้อผิดพลาด | "อะไรพังบ่อย? เคสแปลกๆ ที่เจอ?" |
Gap Markup — แปะป้ายปัญหาบน workflow:
| สัญลักษณ์ | ปัญหา | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| L | Logic Gap — ใช้ความรู้สึกตัดสินใจ ไม่มีข้อมูล | "พี่เมย์จำได้ว่าลูกค้าคนนี้เคยมีปัญหา" |
| H | Handoff Friction — จุดส่งต่อที่สะดุด | "ส่ง email ไปแล้วรอ 3 วันกว่าจะตอบ" |
| M | System Mismatch — ทำ manual ทั้งที่ควรมีระบบ | "copy ข้อมูลจาก Excel ไป paste ใน ERP" |
| B | Information Blindspot — ข้อมูลสำคัญขาดหาย | "ไม่รู้ว่าลูกค้าเคยโทรมาร้องเรียนกี่ครั้ง" |
จัดลำดับ workflow — เลือกทำอันไหนก่อน:
| เกณฑ์ | น้ำหนัก |
|---|---|
| Business Impact (กำไร/ลดต้นทุน) | สูง |
| Data Readiness (ข้อมูลพร้อมไหม) | สูง |
| Human Empowerment (ลดภาระคนได้แค่ไหน) | กลาง |
| Execution Complexity (ทำง่ายไหม) | กลาง |
→ Grade A = Quick Win → ทำก่อน
เครื่องมือที่ 4: กฎ 3-No ในการขาย
| กฎ | อธิบาย | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| No Tech Jargon | ไม่พูดศัพท์เทคนิคกับผู้บริหาร | ❌ "RAG pipeline บน Bedrock" ✅ "ระบบค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ" |
| No Huge Risk | เริ่มจากจุดเล็กๆ พิสูจน์ก่อน | ❌ "เซ็นสัญญา 5M เลย" ✅ "เริ่มจาก Strategy Sprint 4 สัปดาห์ก่อน" |
| No Org Deadlock | เน้นปลดล็อก ไม่ใช่เพิ่มภาระ | ❌ "ต้องตั้งทีม AI 10 คน" ✅ "เราเข้ามาทำให้ ทีมคุณแค่ให้ข้อมูล" |
6. หน้าที่ของแต่ละคน
Pipe (Sales Director)
| เดิม | ใหม่ |
|---|---|
| ดู pipeline ของ sprint deals | ดู funnel ทั้งระบบ: Lead → Strategy Sprint → Subscription → ScaleOps |
| Track deal size (400-600K) | Track subscription ACV (2-5M/ปี) |
| Coach เรื่อง sprint pricing | Coach เรื่อง subscription value selling + Maturity Assessment |
KPI หลัก: Conversion rate จาก Strategy Sprint → Control Tower subscription
Gale (Enterprise)
| เดิม | ใหม่ |
|---|---|
| Pitch sprint model | Pitch subscription model ด้วย governance narrative |
| Lead with technical capability | Lead with governance gap question |
| Deal size: 550K-1.35M | Deal size: 2-5M/ปี (subscription) |
กลุ่มลูกค้า: Enterprise / Conglomerate 500+ คน KPI: 5-7 deals, 20M target
Ohm (EDU)
| เดิม | ใหม่ |
|---|---|
| ขาย sprint ให้คณะ | ขาย institution-wide AI governance subscription |
| Reference: "ทำ AI ให้มหิดล" | Reference: "มหิดล 60,000 คน วาง AI governance ทั้งมหาวิทยาลัยกับเรา" |
กลุ่มลูกค้า: มหาวิทยาลัย / สถาบันการศึกษา KPI: 4-6 deals, 13M target
Ry (Wellness + ChatCenter)
ChatCenter: ขายต่อตามปกติ 5-25K/เดือน — ไม่เปลี่ยน Hospital groups: ChatCenter = ทางเข้า → expand เป็น Control Tower subscription
กลุ่มลูกค้า: คลินิก, โรงพยาบาล, gaming, retail KPI: 12M target (ChatCenter volume + 2 Control Tower deals)
New Sales Reps (from May)
- เรียนรู้ระบบใหม่ตั้งแต่ต้น — ได้เปรียบเพราะไม่มีนิสัยเก่า
- จับคู่กับ Pipe coach + ออกพบลูกค้าร่วมกับคนเก่าก่อน
- KPI: 18M combined target (ramp from Q3)
Solution Consulting (ใหม่ — อดีต AVP จากบริษัทใหญ่)
คุณคือหน้าตาของ advisory layer — พูดภาษา C-suite ได้
| Responsibility | รายละเอียด |
|---|---|
| เป็นเจ้าของ AI Maturity Model | ทำ Full Assessment ทุก deal |
| Co-sell กับ Hummingbird | Present ร่วมกับ HMB ต่อหน้าบอร์ดลูกค้า |
| นำ Strategy Sprint | เป็น Strategic Advisor ใน Tier 1 ทุกงาน |
| สร้าง advisory IP | อัปเดต maturity model, ทำ governance template, ออกแบบ workshop |
| ไม่ใช่หน้าที่คุณ | ปิด deal (sales ทำ), สร้างระบบ (SA + delivery ทำ), ดูแล account (Pipe ทำ) |
Solution Architect (ใหม่ — อดีตจาก Cloud Provider)
คุณคือ technical authority ที่ทำให้ลูกค้า IT เชื่อมั่น
| Responsibility | รายละเอียด |
|---|---|
| เป็นเจ้าของ Control Tower architecture | Reference design, Landing Zone spec, security model |
| เชื่อมกับ GAble engineers | คุณออกแบบ เขาสร้าง คุณ QA |
| Technical validation | ทุก proposal ต้องผ่าน architecture sign-off ของคุณ |
| Pre-sales support | เข้า meeting กับ IT team ของลูกค้าใน deal ใหญ่ |
| ไม่ใช่หน้าที่คุณ | ขาย (sales ทำ), ดูแลลูกค้า (Solution Consulting ทำ), เขียนโค้ด (delivery ทำ) |
Aom (Sales Admin)
| เดิม | ใหม่ (เพิ่มเติม) |
|---|---|
| AWS deal reg + ออก invoice | เหมือนเดิม + เพิ่ม subscription tracking |
| Track การจ่ายครั้งเดียว | Track recurring billing — invoice รายไตรมาส, วัน renew |
| — | ทำ tracker ว่าลูกค้าไหนผ่าน Maturity Assessment แล้ว + คะแนนเท่าไหร่ |
Golf (CEO)
| เดิม | ใหม่ |
|---|---|
| Founder mode: ปิด deal ใหญ่คนเดียว | Founder mode: ปิด deal ใหญ่ พร้อม Solution Consulting |
| เป็นคนเก่งที่สุดในห้อง | ให้ Solution Consulting เป็น expert, คุณเป็น CEO ที่ลงทุนสร้างทีมแข็ง |
Deal >3M: Golf + Solution Consulting + Sales rep ไปด้วยกัน
7. กฎเหล็ก
✅ ต้องทำ
- ทุก deal เริ่มจาก Maturity Assessment — ไม่มีข้อยกเว้น แม้แค่ Quick Scan 15 นาที
- ทุก proposal ต้องมี governance — ไม่ใช่ optional มันคือจุดขายหลัก
- ขาย subscription ไม่ใช่ sprint — ลูกค้าเห็นราคารายเดือน ไม่ใช่ราคาต่อรอบงาน
- พูดภาษาธุรกิจ — risk, control, ROI, productivity ไม่ใช่ model, prompt, API
- ทุก deal ต้องมี next action + วันที่ + เจ้าของ — ไม่มี deal ลอย
- Deal stuck >2 สัปดาห์ = auto escalate — ไม่รอ
❌ ห้ามทำ
- ห้ามเสนอราคา manday — เราไม่ขายคนเป็นรายวัน อีกต่อไปแล้ว
- ห้ามเสนอราคา sprint ให้ลูกค้า — Sprint คือวิธี deliver ภายใน ลูกค้าเห็นแค่ subscription
- ห้ามพูดว่า "เราสร้าง AI chatbot" — พูดว่า "เราวางระบบ AI ทั้งองค์กร"
- ห้ามขาย ChatX แยกเป็น SaaS ให้ enterprise — ChatX คือส่วนหนึ่งของ Control Tower bundle
- ห้ามพูดศัพท์เทคนิคกับ C-level — No RAG, No Bedrock, No LLM ในห้องผู้บริหาร
- ห้ามเสนอ free discovery — Strategy Sprint มีค่า ไม่ให้ฟรี (AWS fund ได้แต่ไม่ใช่ฟรี)
8. รับมือข้อโต้แย้ง
"แพงไป"
สิ่งที่ลูกค้าคิดจริงๆ: ไม่เห็นว่าคุ้มค่า หรือ budget ไม่พอ
วิธีตอบ:
"นี่ไม่ใช่การซื้อซอฟต์แวร์ครับ นี่คือการวางโครงสร้างธุรกิจใหม่ ถ้าองค์กรคู่แข่งมี AI ที่ทำงานจริงได้ก่อน ค่าเสียโอกาสจะสูงกว่าค่าลงทุนนี้มาก — แต่เริ่มจาก Strategy Sprint 250K ก่อนก็ได้ครับ ลองดูผล แล้วค่อยตัดสินใจต่อ"
เทคนิคเสริม:
- Reframe เป็น OPEX ไม่ใช่ CAPEX → อนุมัติง่ายกว่า
- แสดง ROI: ลดเวลา X ชั่วโมง/เดือน = ประหยัด Y บาท
- AWS funding ช่วยลดค่าใช้จ่ายปีแรก 300-900K
"ทำเองได้"
สิ่งที่ลูกค้าคิดจริงๆ: มี IT team อยู่แล้ว / ไม่เชื่อ vendor ภายนอก
วิธีตอบ:
"เยี่ยมเลยครับที่มีทีม IT แข็ง — เราไม่ได้มาแทนทีมคุณ เรามาเสริม เรื่อง governance, policy, operating model — อันนี้ IT team ส่วนใหญ่ไม่ได้ถูก train มา และไม่มีเวลาทำ ทีมคุณโฟกัสที่ tech ได้เลย เราจะดูแลเรื่อง control framework"
"ยังไม่พร้อม / ไม่ใช่ตอนนี้"
สิ่งที่ลูกค้าคิดจริงๆ: มี priorities อื่น / ยังไม่เข้าใจ AI พอ
วิธีตอบ:
"เข้าใจครับ แต่ตอนนี้พนักงานหลายคนในองค์กรน่าจะเริ่มใช้ AI เองแล้วนะครับ — ChatGPT, Copilot — โดยไม่มีใครคุม ยิ่งรอนาน shadow AI ยิ่งเยอะ Strategy Sprint 4 สัปดาห์ก็พอครับ แค่มาดูสถานการณ์จริง ไม่ต้อง commit อะไรใหญ่"
"ไม่มีเวลา / ทีมยุ่ง"
วิธีตอบ:
"นั่นแหละครับคือเหตุผลที่ต้องทำ — เราเข้ามาเพื่อเป็นผู้คัดแยกงาน เอาภาระงาน routine ไปให้ AI ทำ เหมือน 'ซื้อเวลาคืน' ให้คนสำคัญในทีมได้ไปทำงานที่มีค่ากว่า"
"แล้วต่างจาก ChatGPT / Copilot ยังไง?"
วิธีตอบ:
"ChatGPT กับ Copilot เป็นเครื่องมือ — เหมือนค้อนกับตะปู ดี แต่ไม่มีใครวางแปลนบ้านให้ เราคือสถาปนิก — วางแปลนว่าจะใช้เครื่องมือไหน ตรงไหน ให้คุ้มค่าสูงสุด พร้อมระบบควบคุมว่าใครใช้อะไร data ไปไหน จ่ายเท่าไหร่"
9. ตัวเลขที่ต้องรู้
เป้าหมาย FY2026: 140M THB
| แหล่ง | จำนวน (M) | สถานะ |
|---|---|---|
| Secured baseline (cloud billing + backlog + AWS funding) | 62.5 | ✅ การันตีแล้ว |
| New revenue ที่ต้องหา | 77.5 | 🔴 ต้องขาย |
| Total | 140 | 🎯 |
ใครรับผิดชอบ new revenue 77.5M:
| คน | Target (M) | วิธี |
|---|---|---|
| Gale | 20 | 3-5 Control Tower deals (Enterprise) |
| Ohm | 13 | 3-4 university deals |
| Ry | 12 | 2 Control Tower + 20-30 ChatCenter |
| New reps (May+) | 18 | Ramping with coaching |
| Golf (CEO) | 10 | 2-3 big deals >3M, co-close |
| Other (Phase 0 + cloud) | 4.5 | Pipeline byproduct |
Revenue ต่อลูกค้า (ค่าเฉลี่ย):
| ประเภท | ปีที่ 1 | ปีที่ 2 | ปีที่ 3 | รวม |
|---|---|---|---|---|
| Foundation client | 2.0-3.0M | 1.5-2.2M | 1.2-1.8M | 4.7-7.0M |
| Enterprise client | 3.4-4.8M | 2.4-3.6M | 2.0-3.0M | 7.8-11.4M |
| ChatCenter client | 0.06-0.3M | 0.06-0.3M | 0.06-0.3M | 0.18-0.9M |
จำนวนลูกค้าที่ต้องปิด:
| ประเภท | จำนวน | Revenue |
|---|---|---|
| Control Tower subscription | 8-12 ราย | 20-35M |
| Existing client upsell | 8-10 ราย | 12-15M |
| ChatCenter | 30-50 ราย | 8-12M |
| Strategy Sprint (ไม่ convert) | 8-10 ราย | 2-3M |
Key insight: แค่ 8-12 ราย Control Tower subscription ก็ขับเคลื่อน revenue หลักทั้งหมด ไม่ต้อง 100 ราย
10. เริ่มงานสัปดาห์แรก
สำหรับพนักงานปัจจุบัน (ทุกคน)
วันที่ 1-2:
- อ่านเอกสารนี้จบ (ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที)
- ท่องจำ "คำถามเปิด" ให้ได้: "คุณรู้ไหมว่าพนักงานใช้ AI อะไรอยู่บ้าง? มีใครคุมอยู่ไหม?"
- ท่องจำ 3 Tier: Strategy Sprint → Control Tower → ScaleOps
- ฝึก Quick Scan 5 คำถาม — ลองให้คะแนนองค์กรเราเองดู
วันที่ 3-5:
- (Sales) ใช้คำถาม governance gap ใน meeting ลูกค้าถัดไป — report ผลให้ Pipe
- (Sales) ดู pipeline ปัจจุบัน — deal ไหนเสนอใหม่เป็น subscription ได้?
- (Solution Consulting) อ่าน Appendix: AI Maturity Model ฉบับเต็ม + ให้ feedback
- (Solution Architect) อ่าน Appendix: Commercial Plan → ร่าง Control Tower architecture 1 หน้า
- (Aom) สร้าง subscription tracker: ชื่อลูกค้า, tier, วันเริ่ม, ราคา/เดือน, วัน invoice, วัน renew
สำหรับพนักงานใหม่
สัปดาห์ที่ 1:
- อ่านเอกสารนี้ (START-HERE.md) — นี่คือทุกอย่างที่ต้องรู้เพื่อเริ่มงาน
- นัด 1:1 กับ Pipe (Sales Director) เพื่อเข้าใจ pipeline ปัจจุบัน
- นัด 1:1 กับ Golf (CEO) เพื่อเข้าใจ vision + top deals
- ฟัง recording ของ meeting ลูกค้าที่ผ่านมา 2-3 งาน
สัปดาห์ที่ 2:
- ไป meeting ลูกค้าร่วมกับ sales คนเก่า (สังเกตการณ์)
- ลองทำ Quick Scan กับลูกค้าจริง (มีคนเก่าอยู่ด้วย)
- อ่าน Appendix ที่เกี่ยวข้องกับ role (ดูหัวข้อ 11)
สัปดาห์ที่ 3+:
- เริ่มถือ lead ของตัวเอง
- เป้าหมาย: ทำ Strategy Sprint แรกภายในเดือนที่ 2
11. Appendix — เอกสารเชิงลึก
ไม่ต้องอ่านทั้งหมด — เลือกอ่านตามที่เกี่ยวข้องกับ role ของคุณ
| เอกสาร | เนื้อหา | ใครควรอ่าน |
|---|---|---|
| Commercial Plan v1 | แผนธุรกิจเต็ม: product stack, partner model, ที่มาของ 140M, team assessment | CEO, Sales Director, Solution Consulting, SA |
| AI Maturity Model v1 | เครื่องมือวินิจฉัยฉบับเต็ม: 5 มิติ, คำถามทั้งหมด, วิธีให้คะแนน, benchmark | Solution Consulting (ต้องอ่าน), SA, Sales ที่สนใจ |
| HMB Business Study | ผลศึกษาจาก Hummingbird: positioning, competitive advantage, sales bible, demand gen | CEO, Sales Director, Marketing |
| HMB vs GDG Plan Diff | เปรียบเทียบแนวคิด HMB กับแผนใหม่: อะไรตรงกัน อะไรต่าง อะไรต้อง merge | CEO, Sales Director |
| Manday vs Sprint vs Subscription | เปรียบเทียบ 3 วิธีขาย: ทำไมต้องเปลี่ยนเป็น subscription | ทุกคนที่ยังสงสัยว่าทำไมเปลี่ยน |
| Role Brief (What Changes) | รายละเอียดว่าแต่ละคนต้องเปลี่ยนอะไร | ทุกคน (ดู role ตัวเอง) |
| This Week's Actions | Action items รายสัปดาห์ + agenda ประชุม | Sales Director จัดการ |
| Revenue Meeting Battle Plan | 1-pager สำหรับประชุม revenue team | CEO ใช้ present |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: Sprint ยกเลิกเลยเหรอ? A: ไม่ได้ยกเลิก Sprint ยังเป็นวิธีที่เรา deliver งาน เพียงแต่ลูกค้า ไม่เห็นราคา sprint แล้ว ลูกค้าเห็นแค่ subscription รายเดือน
Q: ลูกค้าเก่าที่ซื้อ sprint อยู่ล่ะ? A: ส่งมอบ sprint ที่ขายไปแล้วให้จบตามปกติ จากนั้น pitch subscription สำหรับงานต่อไป อย่าขาย sprint ใหม่
Q: ChatCenter เปลี่ยนไหม? A: ไม่เปลี่ยน ขายต่อตามปกติ 5-25K/เดือน ChatCenter คือ Trojan Horse — ลูกค้า SME เริ่มจาก ChatCenter แล้วโตเป็น consulting deal
Q: ถ้าลูกค้าไม่ยอมเซ็นสัญญา 2 ปีล่ะ? A: เริ่มจาก Strategy Sprint ก่อน (one-time 250-350K) ให้เห็นผลจริง แล้วค่อย pitch subscription ลูกค้าที่เห็น pilot ทำงานจริงมี close rate 80%
Q: ฉันยังไม่ค่อยเข้าใจ governance คืออะไร? A: พูดง่ายๆ = "ระบบควบคุมการใช้ AI ขององค์กร" — ใครใช้อะไร ใช้กับข้อมูลอะไร จ่ายเท่าไหร่ ปลอดภัยไหม audit ได้ไหม คิดว่าเหมือน "ระบบ ERP แต่สำหรับ AI"
Q: อ่านจบแล้ว ยังสงสัย ทำไงดี? A: ถาม Pipe หรือ Solution Consulting ได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ ดีกว่าเดาเองแล้วพูดผิดหน้าลูกค้า
จำไว้: เราไม่ได้ขาย AI use case ทีละชิ้น — เราเข้ามาวางระบบให้ทั้งองค์กรใช้ AI ได้อย่างปลอดภัย คุมได้ และขยายได้จริง
คำถามเปิดเดียว: "คุณรู้ไหมว่าพนักงานใช้ AI อะไรอยู่บ้าง? มีใครคุมอยู่ไหม?"
ถ้าจำได้แค่ 2 อย่างนี้ ก็เริ่มงานได้แล้ว 💪
🛡️ Go Digit — Objection Handling Library
สำหรับทีม Sales ทุกคน | GDG Super Consulting
สร้างจาก Objection Handler Skill v1.0
วิธีใช้: หาหัวข้อที่ตรงกับสิ่งที่ลูกค้าพูด → อ่าน "สิ่งที่เขาคิดจริงๆ" → ใช้ Response → ถาม Follow-up → อ้าง Proof Point กฎ: ห้ามอ่านตามสคริปต์คำต่อคำ — เข้าใจ logic แล้วพูดเป็นภาษาของตัวเอง
💰 หมวด 1: ราคาและงบประมาณ
"แพงไป"
สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: ยังไม่เห็นว่าคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย หรือเปรียบเทียบกับราคา manday/chatbot ทั่วไปอยู่
Response:
"เข้าใจครับ — ถ้ามองเป็นค่า software มันแพงจริง แต่นี่ไม่ใช่ software ครับ นี่คือการวางโครงสร้าง AI ทั้งองค์กร — governance, workflow, training รวมหมด เหมือนจ้างที่ปรึกษา Big4 แต่ราคา 1 ใน 10 แล้วได้ platform เป็นของแถม เริ่มจาก Strategy Sprint 250K ก่อนก็ได้ครับ ดูผลแล้วค่อยตัดสินใจ"
Follow-up question: "อยากรู้ไหมครับว่า องค์กรขนาดใกล้เคียงกัน ROI ที่เห็นจริงเป็นยังไง?"
Proof point: มหิดล 60,000 users — ลดเวลา admin work 40%+ ภายใน 3 เดือนแรก ค่าใช้จ่ายระบบ Foundation เทียบกับ Big4 ถูกกว่า 10 เท่า
If they push back again:
"งั้นเริ่มจาก Strategy Sprint 4 สัปดาห์ก่อนครับ — AWS fund ให้ 150K ลูกค้าจ่ายจริงแค่ ~100K ไม่มีความเสี่ยง ถ้าไม่พอใจก็จบตรงนี้ได้เลย"
"ไม่มี budget ปีนี้"
สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: อาจมี budget แต่ไม่ได้จัดไว้สำหรับ AI หรือต้องของบเพิ่ม ซึ่งยุ่งยาก
Response:
"เข้าใจเลยครับ หลายองค์กรไม่ได้ตั้งงบ AI ไว้ตั้งแต่ต้นปี — แต่สิ่งที่เราเสนอเป็น OPEX รายเดือนครับ ไม่ใช่ CAPEX ก้อนใหญ่ อนุมัติคนละช่องทางกัน แถม AWS มี funding support ที่ลดค่าใช้จ่ายปีแรก 300-900K ได้ด้วย"
Follow-up question: "ถ้าเป็น OPEX รายเดือน ต้องผ่าน process อนุมัติยังไงครับในองค์กรคุณ?"
Proof point: AWS POC Funding ครอบคลุม Phase 0 ได้ 150-300K, MAP Program ช่วยค่า Landing Zone 100-500K — ปีแรก effective cost ลดลง 30-50%
If they push back again:
"ไม่เป็นไรครับ — งั้นเอา Strategy Sprint 250K ไปก่อน ไม่ต้อง commit ระยะยาว ได้ assessment report + roadmap + pilot ไปเสนอ board ของบปีหน้าได้เลย"
"Vendor อื่นเสนอมาถูกกว่า"
สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: กำลังเปรียบเทียบราคาจริง หรือใช้เป็นเครื่องมือต่อรองราคา
Response:
"ถูกกว่าเท่าไหร่ครับ? และเขาเสนออะไรบ้าง? ถ้าเขาเสนอสร้าง chatbot ตัวเดียว มันคนละเรื่องกันเลยครับ — เราไม่ได้ขาย chatbot เราวางระบบ AI governance ทั้งองค์กร: policy, cost control, audit trail, training, managed service คำถามสำคัญคือ — ถ้าวันนึง Board ถามว่า 'AI ขององค์กรเราคุมได้ไหม' vendor นั้นตอบให้ได้ไหมครับ?"
Follow-up question: "ให้ผมเทียบ scope ให้ดูไหมครับ ว่าสิ่งที่เราเสนอกับที่ vendor นั้นเสนอ ครอบคลุมต่างกันตรงไหน?"
Proof point: ลูกค้าที่เคยเริ่มกับ vendor ถูก แล้วมาหาเราทีหลัง ต้องจ่ายซ้ำเพราะไม่มี governance foundation — สุดท้ายแพงกว่าเริ่มกับเราตั้งแต่แรก
If they push back again:
"ผมแนะนำแบบนี้ครับ — เอา Strategy Sprint ของเราไปลองก่อน 4 สัปดาห์ ได้ assessment + pilot จริง แล้วเอาผลไปเทียบกับ vendor อื่น ให้ข้อมูลตัดสินใจ ดีกว่าเลือกจากแค่ proposal"
⏰ หมวด 2: จังหวะเวลา
"ยังไม่ใช่ตอนนี้" / "รอก่อน"
สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: มี priority อื่นที่กดดันมากกว่า หรือยังไม่เข้าใจว่าเรื่องนี้เร่งด่วน
Response:
"เข้าใจครับ — แต่ขอถามตรงๆ นะครับ ตอนนี้พนักงานในองค์กรใช้ ChatGPT, Copilot หรือ AI tools อื่นเองอยู่แล้วไหมครับ? เพราะถ้าใช่ แปลว่า AI เข้าองค์กรคุณแล้ว — แค่ไม่มีใครคุม ทุกเดือนที่ผ่านไปโดยไม่มี governance ข้อมูลลับอาจถูกส่งออกไปโดยไม่มีใครรู้ตัว"
Follow-up question: "ถ้าไม่ทำทั้งหมดก็ได้ครับ — แค่ทำ Shadow AI Audit สำรวจว่าตอนนี้คนในองค์กรใช้อะไรอยู่บ้าง ก็จะเห็นภาพชัดขึ้น สนใจไหมครับ?"
Proof point: ผลสำรวจ: องค์กรไทย 70%+ พนักงานใช้ AI สาธารณะกับข้อมูลงานแล้ว โดยไม่มี policy ควบคุม
If they push back again:
"ไม่เป็นไรครับ ผมส่ง AI Readiness Checklist สั้นๆ ให้อ่านก่อนก็ได้ ถ้าวันไหนพร้อมก็ทักมาได้เลยครับ"
"กำลัง restructure อยู่"
สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: องค์กรวุ่นวาย ไม่อยากเพิ่มโปรเจกต์อีก
Response:
"ยิ่งดีเลยครับ — ช่วง restructure คือจังหวะที่ดีที่สุดในการวาง AI foundation ใหม่ เพราะระบบงานกำลังถูก redesign อยู่แล้ว ถ้าเอา AI governance เข้าไปตอนนี้ มันจะฝังอยู่ใน operating model ใหม่ตั้งแต่ต้น ไม่ต้องมาดัดแปลงทีหลัง"
Follow-up question: "restructure ครั้งนี้มี mandate เรื่อง digital transformation หรือ efficiency improvement ด้วยไหมครับ?"
Proof point: หลายองค์กรที่ restructure แล้ววาง AI foundation พร้อมกัน สามารถลดต้นทุน operational ได้ 20-30% ภายในปีแรก
If they push back again:
"เข้าใจครับ — งั้นขอนัดคุยอีกทีหลัง restructure เสร็จนะครับ ช่วงไหนที่คาดว่าจะ settle?"
🔒 หมวด 3: ความเชื่อมั่น
"บริษัทเล็กไป" / "ไม่เคยได้ยินชื่อ"
สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: กลัวว่าจะ deliver ไม่ได้ หรือบริษัทจะหายไป
Response:
"เข้าใจเลยครับ — แต่ขอเล่าให้ฟังนะครับ มหิดล 60,000 users ไว้วางใจให้เราวาง AI governance ทั้งมหาวิทยาลัย เราเป็น AWS Advanced Tier Partner ซึ่งต้องผ่าน certification หลายระดับ และทีม delivery ของเราไม่ใช่แค่ 20 คน — เรามี network ของ AWS certified engineers หลายสิบคนที่ scale ได้ตามงาน ขนาดเล็กทำให้เราเร็วกว่า คล่องกว่า ไม่ต้องรอ approval 5 ชั้นแบบบริษัทใหญ่"
Follow-up question: "อยากคุยกับ reference ลูกค้าที่ใช้อยู่ไหมครับ? จัดให้ได้เลย"
Proof point: AWS Advanced Tier Partner (มีไม่กี่เจ้าในไทย), มหิดล 60,000 users, delivery network certified engineers 30+ คน
If they push back again:
"ผมเข้าใจว่าความเชื่อมั่นสำคัญครับ — งั้น Strategy Sprint 4 สัปดาห์คือวิธีพิสูจน์ที่เร็วที่สุด เห็นผลงานจริงก่อน แล้วค่อยตัดสินใจเรื่องสัญญายาว"
"ทำไมไม่ใช้ Big4?"
สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: รู้สึกปลอดภัยกว่าถ้าใช้ชื่อใหญ่ หรือ Board กดดันให้ใช้ vendor ที่รู้จัก
Response:
"Big4 เก่งมากครับเรื่องวางแผน strategy — แต่ปกติ Big4 จะส่ง junior consultants มาทำ PowerPoint สวยๆ แล้วจบ ไม่ได้สร้าง platform ให้ ไม่ได้ deploy AI จริง ไม่ได้ operate ให้ต่อเนื่อง ราคาก็ 10 เท่าของเรา สิ่งที่ลูกค้าได้จากเราคือ strategy + platform + delivery + managed service ครบในที่เดียว — แล้วเราจะอยู่กับคุณ 2-3 ปี ไม่ใช่ส่ง report แล้วหายไป"
Follow-up question: "เคยใช้ Big4 มาก่อนไหมครับ? ได้ผลยังไง? implement จริงได้กี่เปอร์เซ็นต์?"
Proof point: ลูกค้า Big4 ส่วนใหญ่ได้ strategy document ที่ implement ไม่ถึง 30% — เพราะไม่มีคน deliver จริง Go Digit อยู่จนถึง production + operate ให้
If they push back again:
"ถ้า Board ต้องการชื่อใหญ่จริงๆ — Hummingbird ซึ่งเป็น partner ของเราเป็น boutique consulting firm ที่ co-present ให้ได้ครับ ได้ทั้งชื่อเสียงและผลลัพธ์จริง"
🏢 หมวด 4: แรงต้านภายในองค์กร
"ทำเองได้" / "มี IT team อยู่แล้ว"
สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: IT team รู้สึกถูกคุกคาม หรือผู้บริหารคิดว่า AI ง่ายกว่าที่เป็น
Response:
"เยี่ยมเลยครับที่มี IT team แข็ง — เราไม่ได้มาแทนทีมคุณเลย สิ่งที่เราทำเป็นคนละ layer กัน: ทีม IT ดูแล infrastructure, network, security ซึ่งเก่งอยู่แล้ว แต่เรื่อง AI governance — policy ว่าใครใช้ model ไหน, budget control, audit trail, data classification — อันนี้เป็น skill set ที่ต่างออกไป ไม่มี IT team ไหนถูก train มาเรื่องนี้ เราเข้ามาเสริมตรงนี้ ไม่ใช่แทน"
Follow-up question: "ทีม IT ตอนนี้ดูแล AI governance ด้วยไหมครับ? มี policy คุม AI usage อยู่แล้วหรือยัง?"
Proof point: แม้แต่ tech companies ระดับโลกยังต้องจ้างที่ปรึกษา AI governance แยกต่างหาก เพราะ IT operations กับ AI governance เป็นคนละ discipline
If they push back again:
"งั้นลองนี่ไหมครับ — ให้ทีม IT ลองตอบคำถามนี้: ตอนนี้มี audit log ว่าพนักงานคนไหนส่งข้อมูลอะไรเข้า AI tools บ้างไหม? ถ้ายังไม่มี นั่นคือ gap ที่เราช่วยเติมได้"
"พนักงานจะต่อต้าน"
สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: กลัว change management จะยุ่งยาก คนจะไม่ยอมใช้
Response:
"กลัวถูกต้องครับ — 70% ของ AI projects ที่ล้มเหลวไม่ใช่เพราะ tech ไม่ดี แต่เพราะคนไม่ใช้ นั่นคือเหตุผลที่ service ของเรารวม People Empowerment ด้วย: เราไม่ได้แค่ deploy AI แล้วบ๊ายบาย เราทำ TTT certification — สร้าง AI champion ภายใน 5-10 คนที่เป็นแนวหน้าช่วยดึงทีม เราออกแบบ Human-in-the-Loop workflow ให้คนรู้สึกว่า AI ช่วยเขา ไม่ใช่มาแย่งงาน"
Follow-up question: "แผนกไหนที่คุณคิดว่าพร้อมที่สุดครับ? เราเริ่มจากตรงนั้น — ให้เป็นตัวอย่างแล้วแผนกอื่นจะตามเอง"
Proof point: มหิดล: เริ่มจาก 1 คณะที่พร้อม → เห็นผล → คณะอื่นขอใช้เอง ไม่ต้องบังคับ
If they push back again:
"ลองดูแบบนี้ไหมครับ — เริ่มจากงาน routine ที่ทุกคนเบื่อ เช่น ตอบคำถามซ้ำๆ หรือ data entry ถ้า AI ทำแทนได้ ไม่มีใครต่อต้านครับ คนดีใจด้วยซ้ำ"
⚔️ หมวด 5: เปรียบเทียบคู่แข่ง
"ใช้ ChatGPT / Copilot อยู่แล้ว ทำไมต้องจ่ายเพิ่ม?"
สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: ใช้ ChatGPT team แล้วรู้สึกว่าพอ ไม่เห็นว่าต้องทำอะไรเพิ่ม
Response:
"ChatGPT กับ Copilot เหมือนค้อนกับตะปูครับ — เป็นเครื่องมือที่ดี แต่ไม่มีใครวางแปลนบ้านให้ ตอนนี้คุณรู้ไหมครับว่าพนักงานกี่คนใช้? ใช้กับข้อมูลอะไร? ข้อมูลลับถูกส่งเข้าไปไหม? เดือนนึงจ่ายรวมเท่าไหร่? นี่คือสิ่งที่เราเข้ามาจัดการครับ — ไม่ได้มาแทน ChatGPT แต่มาทำให้การใช้ ChatGPT ขององค์กรคุณปลอดภัยและคุ้มค่า"
Follow-up question: "ลองนึกดูนะครับ — ถ้า audit มาวันนี้ แล้วถามว่า 'ข้อมูลลับขององค์กรถูกส่งเข้า AI สาธารณะไหม' ตอบได้ไหมครับ?"
Proof point: องค์กรที่มี 500 คน ใช้ ChatGPT โดยไม่มี governance → พบว่า 23% ของ prompt มีข้อมูล confidential ปนอยู่ (industry benchmark)
If they push back again:
"ดีแล้วที่ใช้ครับ — แสดงว่าองค์กรพร้อม เราไม่ได้มาบอกให้เลิกใช้ เรามาทำให้มัน enterprise-grade: ควบคุมได้ budget ชัด data ปลอดภัย audit ผ่าน"
"Cloud provider (AWS/Azure) มี AI ให้แล้ว ใช้ของเขาก็พอ"
สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: IT team ชอบ self-service tools จาก cloud provider มากกว่า
Response:
"ถูกต้องครับ AWS Bedrock, Azure OpenAI ดีมาก — และเราก็ใช้มันด้วย เราไม่ได้สร้าง AI model เอง เราใช้ Bedrock เป็น engine หลัก แต่สิ่งที่ cloud provider ไม่ได้ให้คือ: governance layer ที่บอกว่าใครใช้ได้ ใครใช้ไม่ได้ budget เท่าไหร่ data classification ยังไง workflow ที่เชื่อมกับระบบงานจริง และคนที่ดูแลให้ทุกเดือน cloud provider ให้ building blocks เราสร้างบ้านทั้งหลัง"
Follow-up question: "ตอนนี้ทีม IT ใช้ Bedrock / Azure OpenAI อยู่ไหมครับ? deploy เป็น production workflow หรือยัง?"
Proof point: เราเป็น AWS Advanced Tier Partner — AWS เองก็ refer ลูกค้ามาหาเราเพื่อทำส่วน governance และ workflow ที่ AWS ไม่ได้ทำเอง
If they push back again:
"ลองคิดแบบนี้ครับ — AWS ขาย EC2 แต่ไม่ได้ design architecture ให้ เรา = architect ที่ใช้ AWS tools สร้างระบบ AI ที่ production-ready"
🔐 หมวด 6: Data & Security
"ข้อมูลเราส่งออกไม่ได้" / "ต้อง on-premise"
สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: กลัว data leak จริงๆ โดยเฉพาะ regulated sectors
Response:
"เข้าใจเลยครับ — ข้อมูลไม่ต้องออกไปไหน เราทำ Landing Zone ใน AWS VPC ของลูกค้าเอง data อยู่ใน account ของคุณ เราแค่ช่วย configure และ manage Governance Hub ก็ deploy ใน environment ของคุณ ไม่ใช่ cloud ของเรา คุณถือ key ทั้งหมด"
Follow-up question: "ตอนนี้ใช้ AWS อยู่แล้วหรือยังครับ? ถ้าใช้อยู่ เราต่อจากตรงนั้นได้เลย"
Proof point: มหิดล: ข้อมูลทั้งหมดอยู่ใน AWS VPC ของมหาวิทยาลัย Go Digit ไม่เคยเข้าถึง raw data โดยตรง
If they push back again:
"ถ้าต้องการ air-gapped จริงๆ ก็ทำได้ครับ — GAble ทีม certified engineers ของเรา design on-premise deployment ได้"
😶 หมวด 7: Stall & ไม่ commit
"ขอคิดก่อน" / "เดี๋ยวติดต่อกลับ"
สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: อาจยังมีข้อกังวลที่ไม่ได้พูด หรือกำลังหาทางปฏิเสธอย่างสุภาพ
Response:
"ได้เลยครับ เข้าใจว่าต้องคิดให้ดี — แต่ขอถามตรงๆ ได้ไหมครับ มีอะไรที่ยังกังวลอยู่ไหม? พูดตรงๆ ได้เลยครับ จะได้ช่วยตอบให้ตรงจุด"
Follow-up question: "ถ้าต้องเสนอ board ผมช่วยเตรียม executive summary 1 หน้าให้ได้ครับ — จะได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ"
Proof point: ส่ง AI Readiness Checklist ให้อ่านระหว่างคิด — value-add ที่ทำให้ยังนึกถึงเรา
If they push back again:
"ไม่เป็นไรเลยครับ — ผมขอ follow up อีกที สัปดาห์หน้าวันไหนสะดวกครับ?" (ล็อกวัน ไม่ปล่อยลอย)
"ส่ง proposal มาก่อน"
สิ่งที่เขาคิดจริงๆ: อาจแค่อยากดูราคาเพื่อเปรียบเทียบ หรือต้องการเอกสารไปเสนอคนอื่น — แต่ 50% จะไม่ได้อ่าน
Response:
"ได้ครับ — แต่จะให้ proposal ตรงจุดจริงๆ ขอถามเพิ่มอีก 2-3 ข้อนะครับ เพราะเราไม่ได้ส่ง proposal แบบ one-size-fits-all ผมอยากให้ proposal ที่ส่งไปมีตัวเลข ROI ที่คำนวณจากข้อมูลจริงขององค์กรคุณ"
Follow-up question: "Proposal นี้จะเอาไปเสนอใครครับ? จะได้ปรับภาษาให้ตรง — ถ้า IT ก็ลงเทคนิค ถ้า Board ก็เน้น ROI + risk"
Proof point: proposal ของเราทุกฉบับมี customized ROI estimate เพราะเราทำ Quick Assessment ก่อนเสมอ
If they push back again:
"ได้ครับ — ส่งให้ภายใน 3 วัน แล้วขอนัดโทรคุย 15 นาทีหลังส่ง เพื่อ walk through ด้วยกันนะครับ ดีกว่าอ่านเอง" (ล็อก next meeting)
🔄 Objection Chains — Top 3
Chain 1: ราคา → คู่แข่ง → ขอคิด
Client: "แพงไป"
→ Rep: Reframe เป็น OPEX + เริ่มจาก Strategy Sprint 250K
Client: "แต่ vendor [X] เสนอมาแค่ 300K ทั้งโปรเจกต์"
→ Rep: "เขาเสนอ scope อะไรบ้างครับ? ถ้าแค่สร้าง chatbot 1 ตัว
มันคนละเรื่องกับการวาง AI governance ทั้งองค์กร
เหมือนเทียบราคาช่างไฟ กับสถาปนิกที่ออกแบบบ้านทั้งหลัง"
Client: "ขอคิดก่อนนะ"
→ Rep: "ได้เลยครับ — ระหว่างคิด ผมส่ง AI Readiness Checklist
ให้ลองประเมินองค์กรดูก่อนนะครับ ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด
แล้ว follow up วันศุกร์ได้ไหมครับ?"
Chain 2: ยังไม่พร้อม → ทำเองได้ → ขอดูก่อน
Client: "ยังไม่ใช่ตอนนี้ ยังไม่พร้อม"
→ Rep: "แต่พนักงานใช้ AI เองอยู่แล้วนะครับ — Shadow AI"
Client: "เรามี IT team ดูแลอยู่"
→ Rep: "IT ดูแล infrastructure ได้ครับ แต่ AI governance
เป็นคนละ skill set — ลองถาม IT ว่ามี audit log
ว่าใครส่งข้อมูลอะไรเข้า ChatGPT บ้างไหมครับ"
Client: "...น่าสนใจ ส่งรายละเอียดมาก่อนได้ไหม"
→ Rep: "ได้ครับ — แต่ดีกว่านั้น ให้ผมทำ Quick Assessment
ฟรี 15 นาที ให้คะแนนความพร้อม AI 5 มิติ
ได้ report 1 หน้าไปเสนอ boss ด้วย สะดวกสัปดาห์นี้ไหมครับ?"
Chain 3: Board ไม่ buy-in → ต้องใช้ Big4 → เอกสารเยอะ
Client: "ผู้บริหารยังไม่ buy-in เรื่อง AI"
→ Rep: "เข้าใจครับ — ถ้าผู้บริหารเห็นตัวเลขจริงจะง่ายขึ้น
Strategy Sprint 4 สัปดาห์จะให้ assessment + ROI
ที่เอาไปเสนอ board ได้เลย"
Client: "Board น่าจะอยากเห็นชื่อ Big4 มากกว่า"
→ Rep: "เข้าใจครับ — Hummingbird ซึ่งเป็น consulting partner
ของเราร่วม present ให้ได้ ได้ทั้งชื่อเสียงและผลลัพธ์จริง
ราคาก็ 1 ใน 10 ของ Big4"
Client: "ต้องเตรียมเอกสารเยอะ procurement ยุ่งยาก"
→ Rep: "เราช่วยเตรียมให้ได้ครับ — executive summary, ROI,
technical spec, compliance checklist มีหมด
Aom ทีม admin ของเราเชี่ยวชาญเรื่องเอกสาร procurement"
⚔️ Competitive Battle Cards
vs Software House ทั่วไป (ราคา 200-500K)
Their pitch: "เราสร้าง AI chatbot / LINE bot ให้ ราคาถูกกว่า ส่งมอบเร็ว" Their weakness: ไม่มี governance, ไม่มี policy, สร้างเสร็จแล้วจบ ไม่ดูแลต่อ ไม่ scalable ข้ามแผนก Our counter: "เขาสร้าง chatbot 1 ตัว เราวาง AI ทั้งองค์กร — governance, training, managed service 2-3 ปี" Trap question: "ถ้าวันนึง Board ถามว่า 'AI ทั้งองค์กรเราคุมได้ไหม' vendor นั้นตอบให้ได้ไหมครับ?"
vs ChatGPT Team / Enterprise
Their pitch: "แค่สมัคร ChatGPT Enterprise $60/user/month ก็ใช้ได้แล้ว" Their weakness: ไม่มี workflow integration กับระบบงานจริง, ไม่มี Thai governance policy, ไม่มี audit trail ระดับองค์กร, ไม่มีคนดูแล Our counter: "ChatGPT คือเครื่องมือ — ดีมาก แต่ใครวาง policy ว่าใช้กับข้อมูลอะไรได้? ใครดู cost? ใครสร้าง workflow ที่เชื่อมกับ ERP?" Trap question: "ตอนนี้รู้ไหมว่าพนักงานส่งข้อมูลอะไรเข้า ChatGPT บ้าง? มี log ไหม?"
vs Big4 Consulting (Deloitte, EY, Accenture, etc.)
Their pitch: "เราเป็นบริษัทที่ปรึกษาระดับโลก มี framework, methodology, global reference" Their weakness: ราคา 10x, ส่ง junior, ได้ PowerPoint ไม่ได้ production system, ไม่ operate ให้, engagement จบเมื่อ slide เสร็จ Our counter: "Big4 ให้ strategy document เราให้ strategy + platform + production AI + managed service 2-3 ปี — implement rate ของเรา 90%+ vs Big4 <30%" Trap question: "เคยจ้าง Big4 ทำ digital transformation มาก่อนไหมครับ? implement ได้กี่เปอร์เซ็นต์?"
vs AWS ProServe / Cloud Provider PS
Their pitch: "AWS มี ProServe team ที่ช่วย implement Bedrock ได้โดยตรง" Their weakness: ทำแค่ technical implementation ไม่มี business advisory, governance, change management, ไม่ operate ต่อ Our counter: "AWS ProServe build infrastructure — เราวาง governance + workflow + training + operate ให้ เราเป็น AWS partner ด้วย ทำงานร่วมกัน ไม่ใช่แข่งกัน" Trap question: "AWS ProServe ช่วยเขียน AI Policy ภาษาไทยให้ได้ไหม? ช่วยทำ change management ให้พนักงานใช้ AI ได้ไหม?"
จำไว้ 3 ข้อ:
- ฟังก่อนตอบ — เข้าใจ "สิ่งที่เขาคิดจริงๆ" ก่อนเสมอ
- ถามกลับ — อย่าจบที่ response ต้องมี follow-up question ทุกครั้ง
- อ้าง proof จริง — มหิดล, AWS Advanced Tier, ตัวเลข ROI ที่เฉพาะเจาะจง ไม่ใช่ "ลูกค้าหลายราย"